รีเซต

ผลการค้นหา “Make It Right 2” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
COPY A BANGKOK รวมทัพนักแสดง บวงสรวงซีรีส์หลากรส พร้อมโปรเจกต์พิเศษ "Make It Right 2026"
อ่าน

COPY A BANGKOK รวมทัพนักแสดง บวงสรวงซีรีส์หลากรส พร้อมโปรเจกต์พิเศษ "Make It Right 2026"

ต้อนรับศักราชใหม่อย่างเป็นมงคล COPY A BANGKOK ภายใต้การนำของผู้กำกับและผู้บริหาร "ชีวิน ธนะมินทร์ วงษ์สกุลพัชร์" จัดพิธีบวงสรวงเปิด Line-up ซีรีส์คุณภาพประจำปี 2026 เตรียมส่งผลงานครบรสให้แฟน ๆ ได้ติดตามตลอดครึ่งปีแรก COPY A BANGKOK รวมทัพนักแสดง บวงสรวงซีรีส์หลากรส "เพชรประกาย (Bling Bling The Series)" ประเดิมด้วย "เพชรประกาย (Bling Bling The Series)" ซีรีส์ดราม่าลิเกร่วมสมัย ถ่ายทอดการต่อสู้ของคณะลิเกท่ามกลางวิกฤติและความรัก นำแสดงโดย "แบงค์ ศรราม น้ำเพชร, โมบาย พิมรภัส, ไกด์ กันตพล, เดช ณรงค์เดช, มาร์คพูม พัสนันต์, เชอรี่ พิชญ์สินี" "เฉิ่มเชย (ChermChey)" "เฉิ่มเชย (ChermChey)" ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ว่าด้วยการขอแฟนใหม่ที่นำพาไปสู่ความสัมพันธ์ไม่คาดฝัน นำแสดงโดย "ติวเตอร์ กรภัทร" และ "ยิม ปริญญากรณ์" "รินไม่มีวันรัก ตอนพิเศษ (Denied Love Special Endless)" "รินไม่มีวันรัก ตอนพิเศษ (Denied Love Special Endless)" กลับมาสานต่อเรื่องราวความรักและการแต่งงานที่เกิดจากหัวใจจริง นำแสดงโดย "เอนจอย ธิดารัตน์, จูน ณัณณิริณ, ปราปต์ ปราบต์ปฎล, เปียโน เกวลิน" "Frozen Valentine ปิ๊งรักคุณพี่เย็นชา" "Frozen Valentine ปิ๊งรักคุณพี่เย็นชา" ซีรีส์ Girl Love ที่เล่าเรื่องรักแรกซึ่งหวนกลับมาอีกครั้งบนเส้นทางการแสดง นำแสดงโดย "นัทตี้ ณฐมน, ญี่ปุ่น ภูริชญา พร้อมนักแสดงร่วม อิน อินทิรา, แพร เพ็ญพิชชา, เปเปอร์ พีรดา, ณิชา ณิชาพัชร์,เจนนี่ ธนิศรา" "ลูกพีชทานสด (Peach Lover The Series)" "ลูกพีชทานสด (Peach Lover The Series)" ซีรีส์โรแมนติกของแฟนคลับกับไอดอลในฝัน นำแสดงโดย "กิ๊ นิวัฒน์, ภูม ณัฐภาสน์, ฟิล์ม ภาณุรัฐ, วิน ธนพล" "ที่สามของเธอ (Your Third)" "ที่สามของเธอ (Your Third)" ซีรีส์ดราม่าความสัมพันธ์ซับซ้อน เมื่อหัวใจต้องตกอยู่ในสถานะที่ยากจะเลือก นำแสดงโดย "แม้ก กรธัสส์" ประกบคู่ "ณฐ ณฐสิชณ์" "Make It Right รักออกเดิน 2026" ปิดท้ายด้วยโปรเจกต์พิเศษ "Make It Right รักออกเดิน 2026" การกลับมาของซีรีส์ในตำนานครบรอบ 10 ปี เตรียมปลุกความทรงจำและเล่าเรื่องรักในเวอร์ชันใหม่ นำแสดงโดย "บุ้งกี๋, เชน, ภีมกฤต, แพทริค, ยูจีน, ไบเบิ้ล, เช, ภีมภรัณ, ไทเกอร์, เป็นหนึ่ง, พัตเตอร์, มิลาน" เรียกได้ว่าปี 2026 เป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจับตามองของ COPY A BANGKOK กับไลน์อัปซีรีส์ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกหลากอารมณ์ ทั้งดราม่าเข้มข้น โรแมนติกละมุน คอมเมดี้ชวนยิ้ม ไปจนถึงเรื่องราวความรักที่ลึกซึ้งและร่วมสมัย พร้อมการรวมตัวของนักแสดงดาวรุ่งและมากฝีมือ ที่จะมาสร้างสีสันและประสบการณ์การรับชมให้แฟนซีรีส์ได้อิน ครบ จบในทุกความรู้สึก ยังไงก็ต้องฝากแฟน ๆ พิจารณาบ้าน COPY A BANGKOK ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคน ให้ได้ร่วมเติบโต เดินทาง และสนุกไปด้วยกันตลอดปี 2026 กับผลงานคุณภาพที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อผู้ชมโดยเฉพาะ สามารถติดตามอัพเดทข่าวสารได้ที่ Social Media : COPY A BANGKOK ได้ทุกแพลตฟอร์ม

"มีมี่ ภาพัชร" เปิดใจงานแสดงครั้งแรก ท้าทายตัวเอง โชคดีได้ "กานต์ ณัฐชา" เป็นพาร์ทเนอร์
อ่าน

"มีมี่ ภาพัชร" เปิดใจงานแสดงครั้งแรก ท้าทายตัวเอง โชคดีได้ "กานต์ ณัฐชา" เป็นพาร์ทเนอร์

ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง สำหรับ มีมี่ ภาพัชร อัจฉริยศรีพงศ์ ที่ก้าวเข้าสู่งานแสดงอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก กับบท ซัน ในซีรีส์ Girls Love เรื่อง Third Person ถ้อยรักคำลวง ภายใต้สังกัด North Star Entertainment ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า นอกจากจะเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกแล้ว การมารับบทใน ซีรีส์ GL เป็นครั้งแรก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายครั้งสำคัญที่ทำให้ต้องทุ่มเทและทำการบ้านอย่างหนัก มีมี่ ภาพัชร การได้เข้ามาอยู่ในโลกของการแสดงเป็นครั้งแรกทำให้รู้สึกท้าทายไม่น้อย เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบลองทำสิ่งใหม่ๆ และชอบท้าทายตัวเอง จึงตั้งใจทำอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ ซีนดราม่า ที่ถือเป็นโจทย์ยากที่สุด เพราะกังวลว่าจะถ่ายทอดอารมณ์ออกมาอย่างไรให้ผู้ชมรู้สึกอินและเข้าถึงตัวละครได้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากผ่านการแคสต์ ซีรีส์ก็เดินหน้าเวิร์กช็อปและเปิดกล้องอย่างรวดเร็ว มีเวลาเวิร์กช็อปเพียงประมาณ 4 ครั้งก่อนเริ่มถ่ายทำจริง ขณะที่มีมี่เองไม่เคยมีพื้นฐานด้านการแสดงมาก่อน จึงต้องพยายามทำการบ้านเพิ่มเติมด้วยตัวเอง ทั้งการซื้อหนังสือเกี่ยวกับการแสดงมาอ่าน รวมถึงอ่านนิยายต้นฉบับเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวและตัวละครให้มากขึ้น มี่เป็นคนค่อนข้าง Perfectionist นิดหนึ่งค่ะ คืออยากทำให้ออกมาดี ถึงจะเป็นเรื่องแรกก็อยากให้มันออกมาดีตั้งแต่ครั้งแรก แล้วก็อยากให้คนจดจำเราได้ ความตั้งใจดังกล่าวทำให้ในช่วงแรกมีมี่กดดันตัวเองไม่น้อย โดยเฉพาะหลังผ่านการถ่ายทำคิวแรกๆ เพราะพบว่าการแสดงยากกว่าที่คิด แต่เมื่อได้พูดคุยและสื่อสารกับผู้กำกับมากขึ้น ก็เริ่มเข้าใจวิธีถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละคร และค่อยๆ ปรับตัวกับการทำงานหน้ากล้องได้ดีขึ้น อีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้น คือพาร์ทเนอร์อย่าง กานต์ ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ ซึ่งมีมี่บอกว่าเป็นคนที่สามารถปรึกษาได้แทบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว พี่กานต์เป็นคนที่มี่สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่องเลยค่ะ เวลามีคำถามเกี่ยวกับการแสดง พี่กานต์ก็คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำตลอด เป็นคนที่มีทัศนคติดีมากๆ แล้วก็อยู่ด้วยแล้วสบายใจค่ะ นอกจากจะเข้ากันได้ง่ายเพราะมีไลฟ์สไตล์และความชอบหลายอย่างคล้ายกันแล้ว ในวันที่ต้องเจอกับซีนดราม่าหนัก ๆ กานต์ยังคอยอยู่ข้างๆ และช่วยซัพพอร์ตด้านอารมณ์ โดยมีมี่เล่าว่า ตัวเองเป็นคนที่ชอบ Physical Touch และค่อนข้าง Sensitive จึงรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้ามาจับมือหรือช่วยทำอารมณ์ก่อนเข้าฉาก สำหรับบท ซัน มีมี่มองว่าเป็นตัวละครที่มีหลายมุมใกล้เคียงกับตัวเอง ทั้งความสดใส ยิ้มง่าย มองโลกในแง่ดี ชอบซัพพอร์ตคนรอบข้าง และมีความสุขเมื่อได้เห็นคนอื่นมีความสุข แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ซันมีความลับบางอย่างที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้ทั้งหมด ต่างจากตัวจริงของมีมี่ที่ค่อนข้างแสดงออกทางอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา ฝากติดตามด้วยนะคะ Third Person (ถ้อยรักคำลวง) ทุกวันเสาร์ เวลา 22.25 น. ทางช่อง 3 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ Third Person ถ้อยรัก คำลวง ช่อง 3HD (ตอนล่าสุด)

I Still Want to Do It with My Wife
ดู

I Still Want to Do It with My Wife

beIN SPORTS 2
ดู

beIN SPORTS 2

รีวิวหนัง “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”​ ก็แค่อีกความมันส์ของเฮียเจสัน ที่ย้ายสมรภูมิสู่น่านน้ำทะเล
อ่าน

รีวิวหนัง “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”​ ก็แค่อีกความมันส์ของเฮียเจสัน ที่ย้ายสมรภูมิสู่น่านน้ำทะเล

เรียกได้ว่าเป็นตัวพ่อหนังบู๊ที่ยังครองตำแหน่งนี้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย กับผลงานที่มีเสิร์ฟออกมาเรื่อย ๆ ไม่ทำให้แฟนหนังลืมหน้าไปเลย สำหรับเฮียสุดเท่ของคนทั้งโลก เจสัน สเตแธม ที่มากับอีกหนึ่งผลงานบู๊เดือดกลางปี Mutiny คนระห่ำห้ามรอด ที่ยังคงจัดจ้านด้วยท่วงท่าและลีลาสไตล์เฮีย พร้อมเซอร์วิสกระตุ้นอะดรีนาลีนให้พุ่งพล่านคาโรงหนังอีกครั้ง โคล รีด อดีตหน่วยรบพิเศษ ที่ผันตัวมาเป็นตำรวจนิวยอร์ก และตอนนี้ดำรงชีวิตด้วยการเป็นบอร์ดี้การ์ดส่วนตัว เขาถูกใส่ร้ายว่าฆ่าเพื่อนซี้ มหาเศรษฐีชาวไทย เขาต้องทุ่มสุดชีวิตเพื่อล้างมลทินด้วยตัวเอง แม้นั่นจะหมายถึงการเอาตัวเองไปพัวพันกับแก๊งอาชญากรข้ามชาติ ทั้งหมดเพื่อตามล่าฆาตกรตัวจริงมาลงโทษ และในที่สุด เจสัน สเตแธม ก็ได้มีโอกาสโคจรมาร่วมงานกับนักสร้างหนังบู๊ตัวพ่อจากฝรั่งเศส ฌ็อง-ฟรองซัว ริเชต์ อย่างเป็นทางการ เขาคนนี้ขึ้นชื่อว่านักแสดงดาวบู๊เบอร์ปัง ๆ ต้องเคยทำงานมาด้วยแล้วทั้งสิ้น ซึ่งในผลงานชิ้นนี้เจสันก็ได้มีโอกาสหวนกลับมาทำงานกับทีมงานฝั่งบ้านเกิดเกาะอังกฤษอีกครั้ง พร้อมกับรับหน้าที่อำนวยการสร้างหนังเอง ภายใต้ค่ายหนัง MadRiver ของเขา ลีลาและวิสัยทัศน์ในการรังสรรค์ผลงานการกำกับของ ฌ็อง-ฟรองซัว ริเชต์ ก็ยังรักษามาตรฐานหนังบู๊ในรูปแบบของเขาเช่นเคย ที่เอาจริง ๆ อาจจะไม่ได้มีอะไรใหม่และแอบเชยไปด้วยซ้ำ แต่ใด ๆ ก็จัดได้ว่าความคงเส้นคงวาตามเกณฑ์ที่ผู้สร้างนำทิศทางเหล่านี้ออกมาถ่ายทอดนั้น ก็ยังคงเป็นสมการที่ค่อนข้างไปกันได้ดีกับตัวหนังเรื่องนี้ตามสูตรและตามโจทย์ ถึงมันจะยังค่อนข้างห่างไกลคำว่าสมบูรณ์แบบก็ตาม ได้มือเขียนบทฝีมือใช้ได้ อย่าง เจ.พี. เดวิส ที่เพิ่งเคยร่วมงานกับผู้กำกับฝรั่งเศสรายนี้ไปในผลงานเรื่องก่อน อย่าง Plane พร้อมกับผลักดันนักเขียนหน้าใหม่ ลินด์เซย์ มิเกล​ มาช่วยขัดเกลาบทอีกทาง ที่ต้องยอมรับตรง ๆ เลยว่าพล็อตเรื่องใน Mutiny เกือบจะตกยุคและล้าหลังไปแล้ว โครงสร้างของเรื่องแทบไม่มีอะไรที่ซับซ้อน เป็นการย้อนใส่เหตุการณ์แบบทื่อตามลำดับ หนึ่ง สอง สาม โดยที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบเรื่อย ๆ ไม่มีออกนอกลู่นอกทาง ทุกอย่างคือสูตรสำเร็จจัดจ้านทั้งหมด แต่โชคดีที่อย่างน้อย ๆ บรรดาซีนแอคชันและสตันท์ต่าง ๆ ก็ยังพอเหนี่ยวรั้งความสนใจคนดูได้อยู่ ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างก็ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวา แม้ว่าในหนังเรื่องนี้จะมีฉากหลังเป็นเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ และโดยรอบน่านน้ำฝั่งเอเชีย แต่อันที่จริงแล้วในหนังล้วนแต่เป็นการเซ็ตฉากขึ้นมาทั้งหมด ในโรงถ่ายที่อังกฤษและมอลต้า ทำให้กลิ่นอายความเป็นไทยในหนังอาจจะสัมผัสได้ถึงความไม่สมจริงอยู่เบา ๆ แต่ก็ไม่ใช่ส่วนที่บั่นทอนตัวหนังแต่อย่างใด ก็ยังถือว่าหนังยังสามารถสร้างแวดล้อมออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจดีอยู่ ขณะที่มุมภาพมุมกล้องและจังหวะการตัดต่อหนังเรื่องนี้ ก็ล้วนแต่เป็นการใช้บริการทีมงานที่ช่ำชองกับหนังแอคชันเป็นอย่างดี จึงทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ จัดได้อย่างใช้ได้ตามมาตรฐาน ติดอยู่เล็ก ๆ นิดเดียว ตรงที่การติดความเชยของหนังที่ยึดหลักเอาแต่สูตรสำเร็จมาใช้ ทำให้บางฉากบางซีนได้สะท้อนออกมาให้กลิ่นความเก่าและวินเทจอยู่เนือง ๆ เกือบจะสับสนไปแล้วว่านี่กำลังดูหนังใหม่ในปี 2026 อยู่ แน่นอนว่าการออกแบบฉากบู๊ใน Mutiny ก็น่าจะเป็นจุดแข็งในระดับหนึ่ง เจสัน สเตแธม ก็ยังไม่เคยหมดมุกไปกับการออกลีลาเตะต่อยรัวกระสุนปืนแบบเท่ ๆ มาพร้อมกับทัพนักแสดงที่คุ้นเคยกันดีในวังวนของหนังบู๊ ทำให้ท่วงท่าการต่อสู้ของพวกเขาไว้วางใจได้ แม้ว่าเอาเข้าจริง ๆ จังหวะการสู้ทุก ๆ อย่างทั้งหมดของพวกเขา แทบจะไม่มีอะไรที่ตราตรึงใจและน่าจดจำเลยก็ตาม แต่ก็ยังเป็นคิวบู๊ที่ทำออกมาได้ใช้ได้ตรงตามโจทย์ เจสัน สเตแธม ก็ยังคงรับหน้าที่เป็นตัวละครนำ สไตล์พูดน้อยต่อยหนักอีกเหมือนเคย ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้เขาน่าจะพูดเยอะกว่าหนังช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ด้วยซ้ำ ถึงบทบาทจะค่อนข้างไม่แตกต่างอะไรจากหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของเขา แต่อย่างน้อยก็สัมผัสได้ถึงอินเนอร์ว่าเขาสวมองก์เป็น โคล รีด อยู่จริง ๆ และพยายามทำให้มันออกมาแตกต่างกับความจำเจในบทต่าง ๆ ที่เคยทำมา เสริมด้วย แอนนาเบล วอลลิส​ ที่เข้ามาเสริมได้กำลังดี ถึงแม้ว่าในแง่การมาของตัวละครนี้จะค่อนข้างชวนงงไปหน่อยก็ตาม ราวกับว่าหนังลืมจะใส่รายละเอียดแง่มิติตัวละครของเธอเข้าไป ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Mutiny คนระห่ำห้ามรอด คงจะจัดได้ว่าเป็นแค่...อีกหนึ่งหนังบู๊เรื่องใหม่ของเจสัน สเตแธม ที่นำมาออกมาเสิร์ฟให้แฟน ๆ หากถามถึงความสดใหม่และสิ่งที่น่าจดจำในหนังเรื่องนี้ คงจะต้องตอบอย่างตรงไปตรงมา...ไม่มี แต่ถึงกระนั้นหนังก็ยังละเลงลีลาออกมาได้ตอบโจทย์ตัวเองและผู้ชมได้ค่อนข้างรักษาสมดุลมาตรฐาน งานออกแบบฉากบู๊ยังใช้ได้ เซอร์วิสความมันส์ได้ดี แต่ก็ยังไม่ใช่หนังบู๊ที่ดีเลิศและโดดเด่นจนอยากจะเปิดใจเก็บเอาไว้ในใจสักเท่าไหร่ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Mutiny คนระห่ำห้ามรอด ประเภท: แอคชัน / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: ฌ็อง-ฟรองซัว ริเชต์ นำแสดงโดย: เจสัน สเตแธม, แอนนาเบลล์ วอลลิส, เจสัน หว่อง, โรแลนด์ มูลเลอร์ ความยาว: 94 นาที กำหนดฉายในไทย: 3 กันยายน 2026 Movie.TrueID METRIC: Mutiny คนระห่ำห้ามรอด ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.8/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.4/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.5/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง "Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย" กรุ่นละมุน..ก้าวเติบโตที่แข็งแกร่งของวัยสาว
อ่าน

รีวิวหนัง "Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย" กรุ่นละมุน..ก้าวเติบโตที่แข็งแกร่งของวัยสาว

Happy Madison ค่ายผลิตหนังของแด๊ดดี้ อดัม แซนด์เลอร์ ยังคงเสิร์ฟคอนเทนต์ต่อเนื่องในปีนี้ หลังจากที่ครึ่งแรกของปีเคยส่งหนังวัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ผลักดันลูกสาวคนโตมาแล้ว ย่างเข้าสู่เข้าครึ่งหลังของปีนี้ก็ถึงเวลาการดันของลูกสาวคนเล็ก ในหนังวัยรุ่นสไตล์ Coming-of-Age ที่ละมุนไปด้วยความกลมกล่อมประเด็นดรามาที่ทัชหัวใจ "Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย" ที่จะพาไปสำรวจกับหนึ่งวันพันเรื่องที่เด็กสาววัยทีนคนหนึ่ง ต้องเผชิญหน้าและประคับประคองชีวิตตัวเองให้ผ่านไปในแต่ละวัน เรื่องราวชีวิตของ โซฟี เบิร์นบอม เด็กสาววัยมัธยมปลายที่กำลังจะเฉิดฉายในช่วงชีวิตวัยรุ่นของเธอ ด้วยการคว้าบทนำในละครเพลงของโรงเรียน เรื่อง Waitress นี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่เกินฝันของเธอนับตั้งแต่เกิดมา แต่อยู่ ๆ ชีวิตการพลิกผันพัลวัน เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและความวุ่นวายที่ถาโถมใส่ครอบครัวของเธอ กลายเป็นประเด็นโกลาหลยิ่งกว่าการซ้อมละครเวทีที่เธอต้องรับมืออยู่เสียอีก ผลงานล่าสุดของผู้กำกับหญิง "จูเลีย ฮาร์ต" จากหนังชุด Stargirl ของดิสนีย์ ที่กลับมาครั้งนี้ยังคงละเลงรังสรรค์องค์ประกอบแนวถนัดของเธออีกครั้ง กับการสร้างหนังวัยรุ่นที่คลุกเคล้าไปกับมนต์เสน่ห์ของเสียงเพลงกลิ่นอายมิวสิคัลเบา ๆ โดยที่เธอรับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ พร้อมกับร่วมเขียนบทหนังกับ "จอร์แดน โฮโรวิตซ์" และ "ลอร่า แฮนกิ้น" ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่เธอสามารถรับมือกับคอนเทนต์ที่ช่ำชองได้อย่างเปี่ยมล้น ยังคงบดขยี้ย่างก้าวเติบโตของเด็กสาววัยรุ่นได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง กับสตอรี่ง่าย ๆ ที่สามารถทัชถึงหัวใจคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา และจำใจต้องปาดน้ำตาเบา ๆ ให้กับความซาบซึ้งที่ต้องการนำเสนอ อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น Don't Say Good Luck คือหนังที่มานำเสนอเข้าประเด็นหลักได้อย่างตรงไปตรงมา กับบทหนังและพล็อตเรื่องค่อนข้างย่อยง่ายมากจริง ๆ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยตัวละครหลากมากมาย แต่หนังก็สามารถเกลี่ยความสำคัญและมิติต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการบ่มความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่ซาบซึ้งและประทับใจ พ่วงกับชีวิตการเติบโตของเด็กสาววัยมัธยมที่กำลังเรียนรู้โลกใหม่ ๆ กับผู้คนใหม่ ๆ ที่กำลังจะเพิ่มพูนเข้ามาในชีวิต มันคือพล็อตเรื่องง่าย ๆ ที่แฝงไปด้วยความประทับใจและอบอุ่นใจ ทัชใจคนดูได้อย่างทรงพลังด้วยท่วงท่าง่าย ๆ โปรดักชันของหนังเรื่องนี้ก็เป็นไปง่าย ๆ ไม่ได้ซับซ้อนใด ๆ กับมุมภาพและมุมกล้องที่ละมุน สะท้อนถึงความอบอุ่นหัวใจที่เป็นแก่นแท้ของหนังเรื่องนี้ตรงตามโจทย์ แม้ว่าจะไม่ใช่งานสร้างที่หวือหวาอะไร แต่ทุกองค์ประกอบของหนังก็เข้าถึงแก่นแท้ของหนังได้อย่างถ่องแท้ เสริมด้วยการคัดเลือกเพลงที่เข้ามาส่งเสริมในโหมดมิวสิคัลได้อย่างลงตัว และมีรสนิยมเข้ากับเนื้อหาของหนังได้ทุกบทเพลง เป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสและความสมบูรณ์ของหนังได้อย่างอิ่มเอมด้วยดี แต่ไฮไลต์ที๋โดดเด่นของหนังเรื่องนี้ ก็คือพาร์ทการแสดง ใครจะว่าผู้จัดหาทางดันลูกสาวตัวเอง...ก็คงจะพูดไม่ผิด เพราะถ้าลูกสาวของเขามีของเด็ดและโชว์ศักยภาพในการรับบทบาทนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ต้องยอมรับเลยว่า "ซันนี แซนด์เลอร์" ฝีมือไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ แม้ว่าจะมีใบหน้าคล้ายกับพี่สาวเขาอย่างกับถอดแบบกันมา แต่แนวทางการรับมือกับบทนี้ของเธอค่อนข้างเข้าเรื่องทีเดียว ประคับประคองบทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ไม่ได้มีชั่วโมงบินที่สูงนัก แต่ก็กลายเป็นทายาทนักแสดงมืออาชีพที่รับมือกับบทดรามาได้อย่างน่าพอใจ ยิ่งมาประกบคู่แสดงกับนักแสดงสาวยอดฝีมือ "เมลานี ลินสกี" เป็นการส่งเสริมแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกได้เวิร์กสุด ๆ เคมีระหว่างพวกเขาอบอวลและอบอุ่นเป็นอย่างดี เป็นการช่วยกันเติมเต็มระหว่างนักแสดงอาชีพกับนักแสดงหน้าใหม่ที่รับต่อบทบาทได้อย่างลงตัว ยิ่งเสริมด้วยทัพนักแสดงเจ้าบทบาทมากมาย อย่าง "แม็กซ์ กรีนฟิลด์", "สตีฟ บุสเซมี", "เบเบ้ นอยเวิร์ธ" และ "แจ็ค แชมเปียน" ก็เพิ่มมิติทางด้านการแสดงให้หนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Don't Say Good Luck จัดได้ว่าเป็นหนังดรามาครอบครัวที่ซาบซึ้ง แต่ไม่ถึงฟูมฟายไร้สติ เป็นหนังที่ค่อย ๆ บิ้วต์อารมณ์ความประทับใจของผู้ชมได้มากขึ้นทีละน้อย ตามติดไปกับแนวคิดการรับมือของเด็กสาววัยรุ่นที่ต้องเผชิญหน้ากับหลากหลายเหตุการณ์ในห้วงเวลาวัยทีนของเธอ ที่จะประสบการณ์เป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หนังโดดเด่นด้วยทีมนักแสดงระดับเทพ ที่ช่วยส่งเสริมการแสดงหน้าใหม่ของซันนี แซนด์เลอร์ ลูกสาวของอดัม แซนด์เลอร์ ให้เปล่งประกายออกมาในระดับที่คาดไม่ถึง ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย ประเภท: ดรามา / มิวสิคัล ผู้กำกับ: จูเลีย ฮาร์ต นำแสดงโดย: โซฟี แซนด์เลอร์, เมลานีน ลินสกี, แม็กซ์ กรีนฟิลด์, แจ็ค แชมเปียน ความยาว: 93 นาที กำหนดฉายในไทย: 14 สิงหาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.4/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.2/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท นักแสดงซีรีส์ แม่บ้านอมตะ
อ่าน

ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท นักแสดงซีรีส์ แม่บ้านอมตะ

ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท เกิดวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2547 เป็นลูกครึ่งไทย - นิวซีแลนด์ เขามีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยเจมส์ เป็นพี่คนโต มีน้องสองคน คือ เจสันและวิคทอเรีย ด้านการศึกษาช่วงเรียนเขามีดีกรีนักกีฬาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นอกจากนี้เจมส์ยังเป็นนักกิจกรรมของโรงเรียน รวมไปถึงยังเคยเป็นผู้นำออกกำลังกาย BCC LETS MOVE ของทางโรงเรียนอีกด้วย ปัจจุบันเป็นนักแสดง นายแบบ ส่วนผลงานล่าสุดของเจมส์ คือ TATANG Original เรื่องใหม่ แม่บ้านอมตะ รับชมได้ทาง ตาตั้ง by TrueID ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท ด้านชีวิตในวงการบันเทิง เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท ด้วยความที่เขาเป็นนักกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียน รวมไปถึงรูปร่างหน้าตาอยู่ระดับเอลิสต์ ทำให้เจมส์ก้าวสู่วงการบันเทิงจากการเป็น นายแบบ พรีเซนเตอร์ นักแสดง ซึ่งผลงานการแสดงเรื่องแรกของเขา คือภาพยนตร์เรื่อง 14 อีกครั้ง I Love You Two Thousand ปัจจุบันเป็นนักแสดง นายแบบ ส่วนผลงานล่าสุดของเจมส์ คือ TATANG Original เรื่องใหม่ แม่บ้านอมตะ รับชมได้ทาง ตาตั้ง by TrueID ด้านชีวิตส่วนตัว เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท หนุ่มหล่อ ขี้เล่น อารมณ์ดี ยิ้มเก่ง นอกจากงานในวงการบันเทิงแล้ว เจมส์ ยังขยันหารายได้สุด ๆ เขาลุยทำธุรกิจมากถึง 3 อย่างในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านสปา และร้านก๋วยเตี๋ยว แฟน ๆ แวะเวียนไปอุดหนุนกันได้เลย ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก แม่บ้านอมตะ ผลงานภาพยนตร์ 14 อีกครั้ง I Love You Two Thousand ไอจี เจมส์ เพรสคอท @_jamesprescott_ https://www.instagram.com/_jamesprescott_ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : แก๊ป จักริน-มะเขือ สุภัทรา โคจรเจอกันครั้งแรกใน "แม่บ้านอมตะ" ดูครบทุกตอน 31 ก.ค. นี้ ที่ TrueID เรื่องย่อ แม่บ้านอมตะ TATANG Original ดูได้ทุกตอนทาง TrueID ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม _jamesprescott_

ชวดเข้าชิง! 'ทูเคิ่ล' เปิดใจหลังเกมอังกฤษพ่ายอาเจนฯ ร่วงตัดเชือกบอลโลก
อ่าน

ชวดเข้าชิง! 'ทูเคิ่ล' เปิดใจหลังเกมอังกฤษพ่ายอาเจนฯ ร่วงตัดเชือกบอลโลก

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือทีมชาติอังกฤษ ออกมาเปิดใจและพูดถึงการตัดสินใจทางแทคติกของตัวเอง หลังเกมที่ทัพสิงโตคำราม พ่ายต่อ อาร์เจนตินา 1-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ (Photo by Justin Setterfield / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP) อังกฤษ ชวดผ่านเข้ารอบชิงฟุตบอลโลก 2026 หลังพ่ายต่อ อาร์เจนตินา 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนจากการทำประตูของ แอนโทนี กอร์ดอน ในนาทีที่ 55 แต่หลังจากที่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นฝั่งเกมรับลงสนามหลายคน พวกเขากลับปล่อยให้โมเมนตัมของเกมตกไปอยู่ในมือของทัพฟ้าขาว และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มายิงประตูตีเสมอให้อาเจนฯ ในนาทีที่ 85 และเพียง 7 นาทีต่อมา เลาตาโร มาร์ติเนซ ก็ทำประตูชัยช่วยให้ อาร์เจนตินา พลิกแซงเอาชนะไปได้ หลังจบเกมทาง โธมัส ทูเคิ่ล ให้สัมภาษณ์โดยเขากล่าวว่า "เราเข้าใกล้ที่จะเป็นผู้ชนะมากแล้ว แต่เราไม่สามารถรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้หลังจากที่ทำประตูขึ้นนำได้" เราปรับเปลี่ยนมาเล่นกองหลัง 5 คนเพื่อปิดพื้นที่ตรงกลางและเพิ่มความแข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศ เพราะหลังจากที่เราได้ประตูขึ้นนำ เรากลับปล่อยให้เขาครอสบอลเข้ามามากเกินไป และเปิดโอกาสให้พวกเขามากไป "เราพยายามช่วยแล้ว แต่แน่นอนว่าความรับผิดชอบอยู่ที่โค้ช ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่หวัง มันก็ง่ายที่จะบอกว่ามันผิด" "มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าคุณไม่มีบอลอยู่กับตัว เราบุกไม่ได้ เราอยากทำประตูที่สอง แต่ผมรู้สึกว่าการเปลี่ยนตัวเพื่อเกมรุกอาจจะไม่ช่วยอะไร" เรายังคงใช้แผน 4-4-2 แต่กลับเล่นแบบตั้งรับมากขึ้นเรื่อยๆ เราแย่งบอลไม่ได้และครองบอลไม่ได้เลย มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องโครงสร้างทีม เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยหลังจากได้ประตู แต่รูปเกมมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่ไม่ใช่ปัญหา ผมเข้าใจการวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ดี คุณสามารถพูดคุยเรื่องนี้กับกุนซือเป็นล้านคนได้เลย ผมต้องเป็นคนตัดสินใจที่ข้างสนาม ผมขอรับผิดชอบเอง ณ เวลานี้ไม่มีความเสียใจใด ๆ ทั้งสิ้น ทีมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างแล้ว และเราก็เข้าใกล้เป้าหมายมากๆ เราสมควรกับการเป็นฝ่ายนำ 1-0 เราเล่นได้ดีที่สุดเกมหนึ่งเลยด้วยซ้ำ หรืออาจจะดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ทีมเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก แต่เราแค่พาทีมผ่านเส้นชัยไปไม่ได้ ไม่ครับ ไม่มีอะไรต้องเสียใจในตอนนี้ FM26 ลดเหลือ 809 บาท แถมฟรีหมวก FM26 จากญี่ปุ่นที่ TrueID เท่านั้น!เกมจัดการทีมฟุตบอลยอดนิยม ลดแรง ซื้อด่วน จำนวนจำกัด คลิกเลย https://bit.ly/4eFoZE7 ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

"EARTH PATRAVEE" ส่งซิงเกิล "เป็นฉันที่คิดผิดไป" ดึง "เป้ อารักษ์" ร่วมแสดง MV
อ่าน

"EARTH PATRAVEE" ส่งซิงเกิล "เป็นฉันที่คิดผิดไป" ดึง "เป้ อารักษ์" ร่วมแสดง MV

หลังจากพาผู้ฟังอบอุ่นหัวใจไปกับซิงเกิลที่ "กี่ฤดู (Heart Is Home)" จากอัลบั้ม "HEART IS HOME" ศิลปินหญิงมากความสามารถจาก BOXX MUSIC อย่าง "Earth Patravee (เอิ๊ต ภัทรวี)" กลับมาถ่ายทอดอีกหนึ่งมุมของความรักผ่านซิงเกิลใหม่ล่าสุด "เป็นฉันที่คิดผิดไป (Grow Old/Apart)" เพลงของคนที่เคยฝากอนาคตไว้ในคำสัญญาของใครบางคน แต่สุดท้ายกลับต้องเป็นฝ่ายเรียนรู้ว่า มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่เชื่อในคำว่าตลอดไป "คิดว่าเราจะแก่ไปด้วยกัน แบบที่เธอสัญญา" สาว "เอิ๊ต ภัทรวี" พูดถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ว่า "เป็นเพลงที่เราลองแต่งบนคอร์ดง่าย ๆ 3-4 คอร์ดก่อน ในช่วงหลัง ๆ ของการทำอัลบั้มคำว่าแก่ไปด้วยกัน ลอยขึ้นมาจากการฟังเพลงรัก แล้วทำให้นึกถึงความรักในวัยที่ไร้เดียงสา วันที่เราพูดคำว่าตลอดไป แบบที่ไม่ได้เข้าใจมันจริง ๆ หรอก ว่ามันคืออะไรกันแน่ ในวันนั้น เราเชื่อแบบนั้นจริง ๆ เราเชื่อว่าในความสัมพันธ์ ไม่มีใครตั้งใจหลอกกันหรอก แต่อาจจะมีฝ่ายหนึ่งที่พูดประโยคคำสัญญาขึ้นมา โดยที่ไม่ได้เข้าใจมันจริง ๆ" สำหรับพาร์ทดนตรี เพลงนี้ใช้กิมมิกของวัยเยาว์ ด้วยการใช้เสียงต่าง ๆ ที่ทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ไร้เดียงสา ไม่ว่าจะเป็นเสียงกดเทป เสียงร้องที่ถูกทำให้รู้สึกเหมือนอัดมาจาก soundabout ยุคก่อน และตั้งใจเอาเครื่องสายมาบิ้วความรู้สึก โดยใช้กีต้าร์ไฟฟ้าที่ซาวด์ค่อนข้างแตกต่างจากเพลงอื่น ๆ ติดร็อกนิด ๆ เพื่อดึงให้ความรู้สึกต่างกันอย่างชัดเจน ก่อนจะกลับมาอยู่กับตัวเองและกีต้าร์โปร่งอีกครั้ง ในด้าน Music Video ได้รับเกียรติจาก "เป้ อารักษ์" มาร่วมแสดงด้วย เพลงนี้ เอิ๊ตตั้งใจอยากจะลองท้าทายตัวเองในด้านการแสดง ด้วยความที่รู้สึกว่าตัวเองรู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี และอยากจะลองรู้จักเพลงนี้ในอีกแง่มุมของการสื่อสาร เอิ๊ตเล่าว่า "ได้ร่วมงานกับพี่เป้ ซึ่งเก่งมาก ตอนแรกยอมรับว่าเกร็งมากเลยค่ะ แต่พอได้คุยและทำงานร่วมกันไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มผ่อนคลาย โดยเฉพาะในซีนอารมณ์ พี่เป้คอยช่วยแนะนำตลอด ทำให้รู้สึกไว้ใจและกล้าแสดงออกมากขึ้น เหมือนได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกบางอย่างผ่านการแสดง เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ แต่ก็ยังแอบเขินนิด ๆ เวลาดูตัวเองในจออยู่ดีค่ะ" "เป็นฉันที่คิดผิดไป (Grow Old/Apart)" จึงเป็นอีกหนึ่งบทบันทึกของความรักที่เคยสวยงาม แต่สุดท้ายกลับเหลือเพียงความทรงจำของคำสัญญาในวันวาน และความเข้าใจที่ค่อย ๆ ตกตะกอนขึ้นหลังทุกอย่างจบลงว่า ที่ผ่านมาอาจมีเพียง "ฉัน" เท่านั้น ที่เชื่อในคำว่าตลอดไป จนสุดท้ายเหลือเพียงความรู้สึกว่า "เป็นฉันที่คิดผิดไป" ติดตามฟัง "เป็นฉันที่คิดผิดไป (Grow Old/Apart)" จาก "Earth Patravee" ได้แล้ววันนี้บนทุกสตรีมมิงแพลตฟอร์ม และรับชม Music Video ได้ที่ YouTube : Earth Patravee ติดตาม "EARTH PATRAVEE" และผลงานของเธอได้ที่ : Facebook : https://www.facebook.com/EarthPatravee X : https://x.com/EarthPatravee Instagram : https://www.instagram.com/earthpatravee/ TikTok : https://www.tiktok.com/@earthp YouTube : https://www.youtube.com/@EarthPatraveeMusic

"ดุ๊ก ภาณุเดช" ศัลยกรรมยกหน้าก่อนแซยิด คนทักหน้าเด็กลง 10 ปี
อ่าน

"ดุ๊ก ภาณุเดช" ศัลยกรรมยกหน้าก่อนแซยิด คนทักหน้าเด็กลง 10 ปี

ดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ ปีนี้อายุ 59 แล้ว อีกปีเดียวก็จะอายุ 60 ได้รับเบี้ยคนชราแล้ว งานนี้ใครจะแก่ก็แก่ไป แต่ดุ๊กไม่สะดวกแก่ ตัดสินใจทำศัลยกรรมยกหน้าชุดใหญ่ทั้งดึงหน้า ดึงคอ ทำตา เก็บเหนียง ดูดไขมันฯลฯ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือหน้าเด็กลงจนทุกคนทัก ที่สำคัญไม่โป๊ะไม่ตึงจนหน้าเปลี่ยน เป็นดุ๊ก ภาณุเดช คนเดิม แต่ในเวอร์ชั่นที่เด็กลงกว่าเดิม 10 ปี ซึ่งดุ๊กก็ได้เปิดใจถึงการทำศัลยกรรมครั้งนี้ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิต "ดุ๊ก ภาณุเดช" ศัลยกรรมยกหน้าก่อนแซยิด คนทักหน้าเด็กลง 10 ปี ไม่เคยทำศัลยกรรมเลยครับ และก็ไม่คิดที่จะทำ เพราะไม่มั่นใจว่าจะทำให้เป็นหน้าที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ และ หน้าเปลี่ยนไม่เป็นตัวเอง แต่พอดีได้คุยกับน้องๆ พิธีกร ตีท้ายครัว เลยได้ข้อมูลที่ทำให้สนใจ อย่างโอ๋ ภัคจิรา ก็ทำที่นี่ เห็นผลงาน ของ Nana Hospital จากหลายๆ สื่อ และได้ข้อมูลเบื้องต้นจากคุณ โอ๋ ภัคจิรา จนได้มีโอกาสคุยรายละเอียดกับทางคุณเอ๋เลยรู้สึกสนใจเพราะคุณเอ๋ เข้าใจความต้องการและแนะนำการแก้ปัญหาตรงใจ ปัญหาหลักๆ เลยผมเป็นคนที่มีเหนียงที่เห็นชัดเจน ทำให้เวลาถ่ายงานจะหามุมลำบาก และจะมีคนทักว่าดูง่วงดูเหนื่อย เพราะตาตกสองข้างไม่เท่ากัน ก็เป็นการทำศัลยกรรมครั้งแรก แต่ไม่กังวลเลยครับ เพราะน้องๆ รอบตัวที่เคยทำมีประสบการณ์ที่ดีๆของที่นานะมาแชร์ให้ฟัง รวมถึง ทีมงานน้องๆคนไทยทั้งของ รพ.นานะและทีมคุณเอ๋ คอยดูแลใกล้ชิด ประกบทุกขั้นตอน คุณหมอเองก็ใจเย็น เข้าใจปัญหาและตั้งใจเต็มที่ ผลลัพธ์คือพอใจมากครับ ทำให้ยังดูเป็นตัวเรา ในเวอร์ชั่นที่สดใสขึ้น ย้อนไปเมื่อประมาณเกือบสิบปี ชอบที่ดูเป็นธรรมชาติ แผลเนียน และไม่ดูตึงจนประหลาดเกินไปครับ ด้าน "คุณเอ๋" ชาริศา องค์วรวุฒิ หรือที่รู้จักในชื่อ " Aey Surgery" Executive Thai Marketing Director ประจำ รพ.นานะ ได้วิเคราะห์ใบหน้าและการแก้ไขปัญหาหน้าของดุ๊กว่า..... ใบหน้าของคุณดุ๊กมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าดูหย่อนคล้อย มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางเหนียง ผิวแก้มและลำคอหย่อนคล้อย ใบหน้าเริ่มตก ทำให้ดูมีอายุมากขึ้น ก็ได้มีการมาปรึกษากับ คุณหมอลี ยอนจี(Lee Yeon Ji) โรงพยาบาลนานะ Nana Hospital ซึ่งเป็นคุณหมอศัลยกรรมที่เก่งมาก ท่านเป็นศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม เรียกว่าดีกรีไม่ธรรมดา คุณหมอวิเคราะห์ปัญหาแล้วก็ทำการศัลยกรรม ดึงหน้าดึงคอ (Face Neck Lift) เพื่อยกกระชับชั้นกล้ามเนื้อและผิวหนังที่หย่อนคล้อยกลับสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม Endotine Lift เพื่อยึดและพยุงเนื้อเยื่อที่ถูกยกขึ้น เพิ่มความมั่นคงของผลลัพธ์ แล้วก็ดูดไขมันใต้คาง กรีดเก็บเหนียง (Deep Neck Correction) ทำให้กรอบหน้าคมชัดยิ่งขึ้น ปัญหาที่ 2 คือที่ถุงตา ร่องใต้ตาลึก ทำให้ดูโทรมเหนื่อยล้าและดูมีอายุ แก้ไขโดยการทำศัลยกรรมตาล่าง นำถุงไขมันใต้ตาออก จัดเรียงไขมันใหม่เพื่อลดร่องลึก จากนั้นก็เติมไขมันหน้าเด็ก (Fat Grafting) บริเวณใต้ตา ขมับ แก้มตอบ และร่องแก้ม เพื่อเพิ่มความอิ่มฟูและความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า นอกจากนั้นแล้วคุณดุ๊กปัญหาตาปรือ ทำให้ดวงตาดูง่วงไม่สดใส ดวงตาดูไม่สดใส ตาปรือ แก้ไขโดยการทำศัลยกรรมตาสองชั้นแบบกรีด เพื่อให้ชั้นตาดูชัดขึ้น ปรับกล้ามเนื้อตา (Ptosis Correction) เพื่อให้ดวงตาดูเปิดกว้าง สดใส และมีชีวิตชีวามากขึ้น ปัญหาที่ 3 คือแก้มป่อง หน้ากลม บริเวณแก้มส่วนล่างมีปริมาตรมากเกินไป ทำให้ใบหน้าดูกลมขาดมิติ คุณหมอแก้ไขโดยการตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Removal) ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นและกรอบหน้าชัดเจนขึ้น นอกจากการทำศัลยกรรมทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่จะบ่งบอกอายุคือคุณภาพผิว ฉะนั้นนอกจากการทำศัลยกรรมแล้วจะต้องมีการดูแลเรื่องผิวควบคู่ไปด้วย สำหรับคุณดุ๊กมีปัญหาด้านผิวขาดความแข็แรงและมีผิวไม่เรียบ แก้ไขด้วยการทำ Rejuran Scar ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว กระตุ้นการซ่อมแซมผิว และช่วยให้รอยแผลเป็นดูเรียบเนียนขึ้น ผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมเป็นที่พึงพอใจของคุณดุ๊กมาก ไปไหนคนก็ทักว่าหน้าเด็กลง ก็ต้องขอบคุณคุณดุ๊กที่ไว้วางใจ Aey Surgery และโรงพยาบาลนานะ

"the ge" แท็กทีม "2Ectasy - 2K" ปล่อย "ผิดจังหวะ" 3 ความต่างที่ลงตัว
อ่าน

"the ge" แท็กทีม "2Ectasy - 2K" ปล่อย "ผิดจังหวะ" 3 ความต่างที่ลงตัว

ส่งเพลงใหม่ออกมาให้ฟังอย่างต่อเนื่องจริง ๆ สำหรับ "the ge (เดอะ จี)" ที่หลังจากปล่อยซิงเกิล "ผิดจังหวะ (Off Beat)" เมื่อไม่นานมานี้และได้รับการตอบรับอย่างดี ร่วมไปถึงยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในศิลปิน Spotify Radar Thailand 2026 เวอร์ชันนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนการพัฒนาทางดนตรีของเขา และได้ขึ้นปกเพลย์ลิสต์ "เป๊ะ ดัง ปัง เวอร์" บน Spotify และด้วยกระแสตอบรับอันดีเยี่ยม "the ge" เลยเกิดไอเดียที่อยากนำเพลงนี้มาทำให้อีกเวอร์ชันจึงกลายมาเป็นเพลง "ผิดจังหวะ (Chaotic Version)" พร้อมชวนเพื่อน ๆ อย่าง "2Ectasy" และ "2K" มาเพิ่มสีสันให้เพลงนี้มีมิติและสีสันที่น่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยการผสมผสาน Pop, RB และ Afro groove เข้าด้วยกัน จึงทำให้เห็นถึงการเคลื่อนอยู่บน "คนละจังหวะ" แต่กลับสามารถไปด้วยกันได้อย่างน่าสนใจเรียกได้ว่าเป็นความ contrast ที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ของ flow, energy และ personality ที่มาสร้างความลงตัวในแบบของตัวเองซิเกิลนี้ ซึ่งเพลงนี้เปรียบเหมือนกับก้าวแรกแรกการทำ Mini Album แรกในชีวิตของ "the ge" ด้วยซาวด์ดนตรีและทิศทางใหม่ที่เขากำลังพัฒนาผ่านซิงเกิลนี้ โดย "the ge" ได้พูดถึงอินสไปร์ในการนำเพลง ผิดจังหวะ มาทำในอีกเวอร์ชันให้ฟังว่า "ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ให้การตอบรับเพลงนี้ดีเกินกว่าที่ผมคิดไว้ครับ เวอร์ชันนี้ผมเลยอยากลองเอาคนที่มีคนละ energy มาอยู่ในเพลงเดียวกัน โดยไม่ได้พยายามให้ทุกอย่างมันตรงกันเกินไป แต่ปล่อยให้แต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง แล้วสุดท้ายมันกลับฟังลงตัวในแบบแปลก ๆ ซึ่งผมชอบความรู้สึกนั้นมากครับ มันก็เป็นเหมือน direction ใหม่ของผมในช่วงนี้ด้วย ที่กำลังค่อย ๆ เดินไปสู่ EP แรกของตัวเองครับ" สมกับเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามมองจริง และสำหรับใครที่ยังไม่เคยสัมผัสความพิเศษของศิลปินที่ชื่อ "the ge (เดอะ จี)" สามารถติดตามฟังเพลงของเขาได้ในทุกช่องทาง หรือจะเริ่มด้วยการกดเข้าไปฟังเพลง "ผิดจังหวะ (Chaotic Version)" FT.2Ectasy และ 2K ได้เลย รวมถึง Mini Album แรกที่ใกล้จะออกมาให้ทุกคนได้ฟังกันเร็ว ๆ นี้ ติดตามข่าวสารได้ที่ IG: thegewassup

Coming Soon
ดู

Coming Soon

ตัวมัมกลับมาครองใจ "The Devil Wears Prada 2" เล็งโกยเงินวีคแรกทั่วโลกระดับ 180 ล้าน!
อ่าน

ตัวมัมกลับมาครองใจ "The Devil Wears Prada 2" เล็งโกยเงินวีคแรกทั่วโลกระดับ 180 ล้าน!

เป็นช่วงเวลานาทีทองของวงการหนังจริง ๆ เพราะโปรแกรมฉายหนังซัมเมอร์ปี 2026 กำลังจะได้เวลาเริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นการสานต่อความปังอย่างต่อเนื่องกับ "Michael" ที่สร้างผลงานรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจเมื่อวีคก่อน แต่สำหรับในวีคนี้จะเป็นแตะมือรับความเจิดจรัสต่อไปยัง "The Devil Wears Prada 2" หนังวงการแฟชันภาคต่อที่จะกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในรอบ 20 ปีเต็ม Deadline ได้ทำการวิเคราะห์ตัวเลขรายได้ของหนัง The Devil Wears Prada 2 ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะลงโรงฉายอย่างเป็นทางการในสุดสัปดาห์นี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าหนังภาคต่อที่มีเนื้อดึงดูดใจผู้ชมสาว ๆ และกลุ่ม LGBTQ+ จะสร้างปรากฏการณ์ในวงการหนังทั่วโลกได้แบบสบาย ๆ เชื่อว่าหนังจะสร้างเปิดตัวในอเมริกาได้ในระดับ 73-80 ล้านเหรียญใน 3 วันแรก และน่าจะโกยรายได้ทั่วโลกได้เกือบ ๆ 180 ล้านเหรียญหรือมากกว่านั้น จากการออกฉายในตลาดหนังทั่วโลก The Devil Wears Prada 2 กลายเป็นหนังที่นัยยะสำคัญ เมื่อพิจารณาจากกระแสการจองตั๋วหนังล่วงหน้าของผู้ชมในทวีปอเมริกาเหนือ ที่ตอนนี้มียอดสะสมกักตุนเอาไว้เบาะ ๆ แล้วที่ 20 ล้านเหรียญ เฉพาะในส่วนการจับจองซื้อตั๋วหนังเก็บเอาไว้ของแฟนหนัง โดยหนังจะเปิดตัวฉายที่ 4,150 โรงฉายทั่วอเมริกา ทำให้สถานการณ์นี้ตัวเลขค่อนข้างสูสีกับที่ Project Hail Mary และ Dune: Part 2 เคยทำเอาไว้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าภาคต่อเรื่องนี้จะทิ้งช่วงห่างถึง 2 ทศวรรษ แต่กลับไม่ใช่ปัญหาใด ๆ ในการจูนกับผู้ชมเลย นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มผู้ชมสาว ๆ และชาว LGBTQ+ จะเป็นเป้าหมายหลักของหนังเรื่องนี้ จังหวะในการฉายและทำการตลาดของหนังเรื่องนี้เหมาะเจาะมาก ๆ เพราะหนังจะเข้าฉายในช่วงวันหยุดวันแรงงานแห่งชาติของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป, เอเชีย และละตินอเมริกา ที่บางประเทศมีวันหยุดวันแรงงานตรงกันในวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ทำให้หนังจะมีจังหวะในการเก็บรายได้ในวันหยุดต่อเนื่องเป็นพิเศษ ประกอบกับคาบเกี่ยวการฉายตรงกับวันแม่ของอเมริกา ที่ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมในทุก ๆ ปี ที่น่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้หญิงตีตั๋วหนังเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ The Devil Wears Prada 2 ยังถือว่าเป็นหนังที่ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์หนังได้ยอดเยี่ยม ตามมาตรฐานหนังจากดิสนีย์ ที่เรียกได้ว่าสามารถเกาะได้ทุกกลุ่มเป็นกระแส ทั้งสอดแทรกกับผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังได้อย่างแนบเนียน และยังสามารถดึงเอาซุปตาร์ดีว่าตัวแม่ป๊อปไอคอน อย่าง เลดี้ กาก้า มาช่วยผลักดันหนังเรื่องนี้ได้อย่างแจ่มจรัสอีกด้วย ล่าสุดหนังเปิดตัวคะแนนเฉลี่ยบนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ที่ 78% ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานใกล้เคียงกับภาคแรกเคยทำไว้ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังทำการคาดการณ์สถานการณ์ตัวเลขของหนัง Michael ในวีคที่ 2 ของการฉายทั่วโลก โดยคาดว่าจะทำรายได้ดร็อปลงประมาณครึ่งหนึ่งที่ -50% ในสัปดาห์นี้ น่าจะเก็บรายได้ไปอีก 45-50 ล้านเหรียญทั่วโลก และน่าจะเคาะรายได้เพิ่มมาได้เพิ่มที่ 105 ล้านเหรียญ ผลักดันทำให้หนังทำยอดมุ่งหน้าสู่หลัก 400 ล้านเหรียญต่อไปอย่างน่าประทับใจ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ผู้สร้างหนัง "The Devil Wears Prada 2" เคยเล็งให้ เอเดรียน เกรเนียร์ มารับเชิญ แต่สุดท้ายก็ไม่
อ่าน

ผู้สร้างหนัง "The Devil Wears Prada 2" เคยเล็งให้ เอเดรียน เกรเนียร์ มารับเชิญ แต่สุดท้ายก็ไม่

ถึงแม้ว่าทีมนักแสดงหลัก ๆ จากหนังภาคแรก อย่าง "เมอรีล สตรีพ", "แอนน์ แฮทธาเวย์", "เอมิลี บลันต์" และ "สแตนลีย์ ทุชชี" จะหวนกลับมาสานต่อบทบาทเดิมของพวกเขาอีกครั้งในภาคต่อ "The Devil Wears Prada 2" แต่แฟน ๆ ก็ยังแอบสงสัยและรู้สึกผิดหวังที่ในหนังภาคใหม่ไร้ชื่อ "เอเดรียน เกรเนียร์" นักแสดงหนุ่มที่เคยรับบทบาทสำคัญในหนังต้นฉบับ ที่ปรากฏว่าเขาไม่ได้ถูกเชิญให้มามีซีนในหนังภาคล่าสุด กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดาราหนุ่มก็น้อยใจเหมือนกัน ที่ไม่มีโอกาสได้กลับไปร่วมงานกับเพื่อน ๆ ที่คุ้นเคย ผู้กำกับ "เดวิด แฟรงเคิล" ได้มาให้คำตอบและอธิบายเกี่ยวกับประเด็นที่ไร้บทบาทของ เอเดรียน เกรเนียร์ ให้หนังภาคใหม่ โดยเขาเพิ่งให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly ที่เขาก็ยอมรับว่าในขั้นตอนการถ่ายทำหนังอยู่ เอเดรียนก็เป็นหนึ่งในชื่อนักแสดงที่อยากจะให้กลับมา แต่ในท้ายที่สุดสิ่งนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้น "จริง ๆ ผมมีความคิดที่จะแอบใส่เขาเข้ามาในฉากสั้น ๆ แต่สุดท้ายแล้วมันก็สายเกินไปครับ ที่จะจัดแจงตารางการถ่ายทำที่จะทำได้ คือเอาจริง ๆ เวลามันไม่ได้ครับ" เดวิด แฟรงเคิล อธิบายให้ฟังสั้น ๆ พร้อมกับเสริมว่า The Devil Wears Prada 2 เป็นหนังที่การทำงานกระชั้นชิดมาก และเพิ่งจะปิดกล้องการถ่ายทำไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว เอเดรียน เกรเนียร์ เคยให้สัมภาษณ์กับ Page Six แสดงถึงความผิดหวังที่เขาไม่ได้ถูกเรียกตัวกลับไปรับบทใน The Devil Wears Prada 2 อีกครั้ง "แน่นอนว่ามันค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับผมมาก ที่ไม่ได้ถูกเรียกตัวกลับไป แต่ผมเข้าใจว่ามีกระแสต่อต้านเกี่ยวกับตัวละคร เนท อยู่บ้าง นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัวละครที่ผมเคยถือครองไว้ไม่ได้ไปต่อ" และเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เอเดรียนก็เพิ่งจะกลับมาเป็นกระแสให้พูดถึงกับโฆษณาร้านกาแฟ Starbucks ของเขา ที่มีการเหน็บแนมเบา ๆ ที่เขาไม่ได้กลับมาเล่นภาคต่อหนังเรื่องดังด้วย เขาบอกว่า "ผมสบายดีจริง ๆ ครับ ทุกอย่างไปได้ด้วยดี ผมไม่ได้รับเชิญกลับไปก็ไม่เป็นไร ผมก็อวยพรให้เนท ให้เขาทำแซนวิชได้อร่อยต่อไป ให้เขารับแฟนตัวเอง ถึงจะไม่ได้สมบูรณ์แบบใด ๆ แต่เราก็ทิ้งเนทเอาไว้ในปี 2006 และรักษาพลังบวกนี้กันต่อไปเถอะครับ" ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Sisu: Road to Revenge สิสู้: เฒ่ามหากาฬ 2 - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
อ่าน

Sisu: Road to Revenge สิสู้: เฒ่ามหากาฬ 2 - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)

มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day เพราะลุงคนดิบคนเถื่อนคนเดิม..กลับมาแล้ว ในภาคต่อหนังแอคชันสุดหฤโหดที่ถูกใจผู้ชมแห่งยุค "Sisu: Road to Revenge สิสู้: เฒ่ามหากาฬ 2" ที่คัมแบ็กกลับมาเติมเต็มความเดือดดาลจัดจ้านอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ภาคแรก อาตามิ เดินทางกลับไปแยกชิ้นส่วนบ้านหลังเก่าของครอบครัว ที่ซึ่งทุกคนถูกสังหารไปในสงคราม เพื่อที่จะทำมันเป็นสร้างใหม่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ในขณะที่ผู้บัญชาการของกองทัพแดงคนหนึ่งก็ออกตามรอยเขา ทำให้เกิดเป็นการตามล่าสุดหฤโหดขึ้น สำหรับในภาคนี้ยังคงได้ "ยาลมาร์ เฮแลนเดอร์" กลับมารับหน้าที่กำกับและเขียนบทอีกเช่นเคย พร้อมกับทีมงานผู้สร้างชุดเดิมที่คัมแบ็กมาอย่างเกรียงไกร "ยอร์มา ทอมมิลา" ยังหวนกลับมารับบทแสดงนำอีกครั้ง เพิ่มเติมด้วย "สตีเฟน แลงก์" เสริมทัพเข้ามาเป็นตัวร้ายหลักคนใหม่ Sisu: Road to Revenge ยังกลับมาด้วยฟีดแบกที่ยอดเยี่ยมเช่นเคย เพราะคะแนนรีวิวของภาคนี้สูงถึง 94% เทียบเท่ากับภาคแรกเคยทำเอาไว้ แม้ว่าจะแอบเสียดายที่รายได้ของหนังไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ เพราะเก็บเงินทั่วโลกไปไม่ถึง 10 ล้านเหรียญ โดยที่ภาคนี้ได้รับอัดฉีดทุนสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านเหรียญ ทำให้หนังยังไม่คุ้มทุนสร้าง คุณสามารถดู Sisu: Road to Revenge สิสู้: เฒ่ามหากาฬ 2 แบบเต็มเรื่องได้ที่ทรูไอดี ประเภท: แอคชัน / ระทึกขวัญ นำแสดงโดย: ยอร์มา ทอมมิลา, สตีเฟน แลงก์ กำกับโดย: ยาลมาร์ เฮแลนเดอร์ ความยาว: 89 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 4 ธันวาคม 2025 (กำหนดฉายในไทย) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"Michael" จ้องตีแตก! เล็งเปิดตัวปังที่สุดในหมวดหนังชีวิตนักร้อง คาดทะลุ 150 ล้านทั่วโลก
อ่าน

"Michael" จ้องตีแตก! เล็งเปิดตัวปังที่สุดในหมวดหนังชีวิตนักร้อง คาดทะลุ 150 ล้านทั่วโลก

สุดสัปดาห์นี้..โลกต้องจับจ้องการฟื้นคืนของตำนานราชาเพลงป็อบ กับการมาของ "Michael" หนังชีวประวัตินักร้องไอคอนิกตลอดกาล "ไมเคิล แจ็คสัน" ที่จะเปิดตัวพร้อม ๆ กับทั่วโลกอย่างเกรียงไหร ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญได้ทำการวิเคราะห์รายได้เปิดตัวหนังเรื่องนี้ในโค้งสุดท้าย ที่มีการคาดการณ์ว่าหนังอาจจะทุบและขึ้นแท่นเป็นหนังชีวิตนักร้องที่เปิดตัวได้แรงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกสถิติมา Variety รายงานว่า ไลออนส์เกต สตูดิโอผู้ผลิตหนัง Michael ได้คาดหวังว่าหนังจะสามารถเปิดตัวรายได้สุดสัปดาห์แรกในอเมริกา ที่ราว ๆ 65-70 ล้านเหรียญ จากการฉายประมาณ 3,900 โรงฉายทั่วอเมริกาเหนือ ขณะที่ยอดตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดของผู้เชี่ยวชาญพบว่าถูกปรับขึ้นไปแตะ 80 ล้านเหรียญแล้ว หลังจากพบว่ายอดการจำหน่ายตั๋วหนังล่วงหน้าได้กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยยะ หลังจากที่นักวิจารณ์ได้ปล่อยรีวิวเต็มออกมา และพบว่ามีคะแนนเฉลี่ยที่น้อยกว่าที่ทุกฝ่ายคาดคิดเอาไว้ รีวิวหนัง Michael ไมเคิล โมเมนต์แห่งตำนานถูกค้นพบ ที่ใช้คำว่าขนลุกเปลืองเกินกว่าเหตุ แต่ใด ๆ แล้ว ถึงแม้ว่า Michael จะเปิดตัวได้ไม่ถึง 65 ล้านเหรียญ ต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ก็ยังจะกลายเป็นหนังชีวประวัตินักร้องที่เปิดตัวได้แรงที่สุดตลอดกาลเรื่องใหม่อเมริกาอยู่ดี เพราะจะทำเงินได้มากกว่าที่ Bohemian Rhapsody เคยทำไว้ 51 ล้านเหรียญในปี 2018 และยังมากกว่า Straight Outta Compton เคยออกสตาร์ทได้เกินคาดที่ 60 ล้านเหรียญ เมื่อปี 2015 ขณะที่นักวิเคราะห์บ็อกซ์ออฟฟิศได้ประเมินตัวเลขรายได้เปิดตัวหนัง Michael จากทั่วโลกในสุดสัปดาห์แรก คาดว่าหนังจะกวาดเงินจาก 82 ประเทศทั่วโลก ที่ออกฉายพร้อมกับอเมริกา ที่ราว ๆ 75-80 ล้านเหรียญ นั่นจะเท่ากับว่า Michael จะออกสตาร์ทรายได้ทั่วโลกในวีคแรกด้วยตัวเลขประมาณ 140-150 ล้านเหรียญขึ้นไป โดยที่ในตลาดต่างประเทศนั้น ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส รับหน้าที่ดูแลจัดจำหน่ายและทำการตลาดให้กับหนังเรื่องนี้ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของ Michael ตอนนี้ก็คือการพิสูจน์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อแฟน ๆ หลังจากที่กระแสรีวิวของนักวิจารณ์ออกมาได้คะแนนเฉลี่ยที่ต่ำกว่าที่คิดเอาไว้ หนังจึงจำเป็นต้องพึงพากระแสปากต่อปากเข้ามาช่วยหนุนนำ อีกทั้งตามรายงานระบุว่า Michael ใช้ทุนสร้างค่อนข้างสูงถึง 155 ล้านเหรียญ เพราะค่าใช้จ่ายเรื่องลิขสิทธิ์ที่นำมาใช้ในหนัง และการเซ็ตฉากคอนเสิร์ตเสมือนจริงขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากมีข่าวว่าในองก์ที่ 3 ของ Michael ที่ออกฉายนั้น เป็นการรื้อโครงสร้างถ่ายทำเพิ่มเติมเข้าไปใหม่ หลังจากที่หนังฉบับตัดต่อร่างแรกไม่สามารถนำมาใช้การได้ เพราะเป็นการแตะต้องประเด็กละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการกล่าวหาไมเคิลล่วงละเมิดเพศ อันเป็นคดีอื้อฉาวติดตัวของเขาในช่วงบั้นปลายชีวิต ผู้สร้างได้พบความเสี่ยงในการละเมิดข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับผู้กล่าวหาในคดีดังกล่าว ทำให้มีการสั่งรื้อถ่ายทำส่วนดังกล่าวของหนังใหม่ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์" เคยมั่นใจเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง เผยถ้าวันหนึ่งจากไปให้เผามือถือทิ้ง
อ่าน

"ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์" เคยมั่นใจเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง เผยถ้าวันหนึ่งจากไปให้เผามือถือทิ้ง

เปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ "WOODY TALK" กับ "ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ" ทั้งมุมมองด้านชีวิตและครอบครัว ยอมรับเคยมั่นใจในตัวเองเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง ไม่แคร์สแตนดาร์ดสังคม ไม่จำเป็นไม่ต้องโลกสวย ถ้าไม่ใช่ตัวเองก็อย่าฝืน เตือนสติการรักตัวเองมากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ลั่น! ถ้าวันหนึ่งจากไปให้เผามือถือทิ้งห้ามใครล่วงเกินข้อมูล "ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์" เคยมั่นใจเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง คุณพอใจกับทุกอย่างในชีวิตที่เข้ามา ?ม๊าเดี่ยว : ใช่ค่ะ จริง ๆ เรามองหลายอย่าง เราจะมีความรักสัตว์มาก โดยเฉพาะสัตว์ที่มีความบกพร่อง อันนั้นเราจะมองว่าน่ารักสำหรับเรา เช่น สัตว์ที่เป็นออทิสติก หรือสัตว์ที่ไม่มีขา เราก็จะเอ็นดูเขา พิการอะไรยังงี้ เราไม่เคยเลี้ยงสัตว์ แต่เวลาเห็นจะรู้สึกเอ็นดู เพราะฉะนั้นมันก็ใช้ชีวิตสดใสของมันไป มีแต่เรานี่แหละน่าสงสารจังเลย หมาขาขาด หมาตาเหล่ ตาเข ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ การที่เราโตมาโดยการให้ความหมายกับทุกอย่าง มันเป็นปมของมนุษย์ไหมเลยทำให้ไม่มีความสุขเท่าไหร่ ?ม๊าเดี่ยว : จริง ๆ มันเป็นสังคมไหม มันอาจจะเป็นเพราะว่าคือ เริ่มต้นจากสแตนดาร์ดก่อน ไม่ใช่แค่คนพิการหรอก แค่คนไม่หลุดจากสแตนดาร์ดที่ควรจะเป็นที่เราเคยเห็นว่าคนนี้สวย แค่หลุดสแตนดาร์ด เขาก็จะรู้สึกว่าตัวเองฉันเกิดมาฉันมีบาปหรือเปล่า เหมือนกับการที่มะเดี่ยวเป็นตุ๊ดเหมือนกัน สมัยที่บ้านแถวต่างจังหวัดเขาก็จะบอกว่าทำบาปมาแต่ชาติที่แล้ว เป็นเพราะเจ้าชู้หรือเปล่าเลยเกิดมาเป็นตุ๊ด ทั้งหมดมันอยู่ที่คนจะให้คุณค่ากันเองมากกว่า ถ้ามองเด็กในวันนั้นกับตัวเราในวันนี้ ตอนนั้นความฝันคืออะไร ?ม๊าเดี่ยว : ตอนนั้นฝันอยากเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ เพราะเราชอบเสื้อผ้า แต่ตอนนั้นยังไม่มีเรียนว่าการชอบเสื้อผ้าเป็นอะไรได้บ้าง อาชีพที่แบบคุณครูบอกก็มีนักออกแบบ เราก็ไม่รู้ ซึ่งจริง ๆ รายละเอียดอาชีพมันมีเยอะมาก อาจจะเป็นสไตลิสต์ บรรณาธิการนิตยสาร หรือคนทำสิ่งพิมพ์ก็ได้ แต่ตอนนั้นเรารู้แค่ว่าการที่เราชอบเสื้อผ้ามันก็คือแฟชั่นดีไซเนอร์ ตอนนั้นเราเลยคิดว่าเราอยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ จากวันนั้นถึงวันนี้ยังชอบอยู่ไหม ?ม๊าเดี่ยว : ชอบไหมแฟชั่นชอบ แต่แฟชั่นดีไซน์เนอร์ไม่ได้ชอบแล้ว เพราะหลังจากมะเดี่ยวได้ไปเรียนแฟชั่นจริง ๆ แล้วรู้สึกไม่ชอบ เพราะแฟชั่นจริง ๆ ตอนที่เราคิดมันจะเป็นการที่เอาชุดมา Dressing ง่าย ๆ เอาเสื้อตัวนี้มาแมตท์ตัวนี้ แต่จริง ๆ เสื้อมันมีรายละเอียดเยอะมากการที่เราจะเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์คือเราต้องมาวาดแพทเทิร์นเสื้อแต่ละตัว ถ้าคุณเอวใหญ่ขึ้น 1 เซน คุณก็ต้องปรับแพทเทิร์นเสื้อผ้าให้เข้ารูปมากขึ้น มันมีรายละเอียดที่แบบเหมือนคณิตศาสตร์ ซึ่งคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มะเดี่ยวเกลียดมาก เพราะฉะนั้นตอนที่มะเดี่ยวเรียนก็เลยเหมือนอยู่กับความเกลียดตลอดเวลา ผ่านมาได้อย่างไร ?ม๊าเดี่ยว : คือหน้าที่ มะเดี่ยวคิดว่าถ้าเราไม่ชอบก็ต้องทนทำให้มันจบ มันคือหน้าที่ที่เราต้องทำ จริง ๆ มะเดี่ยวคิดว่ามันควรที่จะทำให้จบแล้วเราก็ไปทำอย่างอื่น ทุกอย่างมันมีหน้าที่ การรับผิดชอบ อันนั้นเป็นสิ่งที่เราควรที่จะถือไว้ ความรับผิดชอบก็ต้องมีส่วนด้วย เพราะตอนนั้นก็ได้รับทุนด้วย ระหว่างทางที่เราไม่ชอบก็ได้ไปเจอสิ่งที่ชอบในการไม่ชอบนั้น เช่น History ซึ่งมะเดี่ยวไม่เคยรู้เลยว่าชอบประวัติศาสตร์หรือเปล่า คือชีวิตนี้ใครจะไปฟัง แต่การที่เราได้เรียนแฟชั่นในสิ่งที่เราชอบ แล้วเราก็ได้เรียนประวัติศาสตร์แฟชั่น ทำไมเราตื่นตาตื่นใจ มันคือทำให้มะเดี่ยวได้เรียนรู้เหมือนกันว่าจะเจอความชอบในสิ่งที่เกลียด เรื่องประวัติศาสตร์แฟชั่นมีอะไรที่เป็นไฮไลท์ที่รู้สึกว่าตื่นตาตื่นใจ ?ม๊าเดี่ยว : การเปลี่ยนยุคของแฟชั่นมันต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือสงคราม เช่น ยุคหนึ่งผู้หญิงนิยมใส่ถุงน่องเพราะดูไฮคลาสและไฮโซ แต่ถุงน่องสมัยนั้นมันจะไม่เรียบเนียนเหมือนขาเสมอไป ถุงน่องสมัยนั้นมันจะมีการตัดเย็บซึ่งเป็นขีดขึ้นมา สมัยนั้นเทคโนโลยีของเขามันทอเป็นรูปขาไม่ได้ การตัดเย็บก็เป็นเหมือนถุงเท้าขึ้นไป พอเกิดสงครามอะไรก็แร้นแค้นยากจน แต่ความหรูหราความฟุ่มเฟือยของคนติดหรูมันยังมี จมลงไม่เป็นแม้กระทั่งสงครามไม่ได้ใส่ถุงน่องแต่เอาปากกาเมจิกมาขีดขาให้เป็นเส้นตรงเหมือนใส่ถุงน่องอยู่ อีโก้คนอยากมีอยากได้ ก็เหมือนเราใส่ของปลอมทุกวันนี้เป็นแบบเดียวกันเลย แล้วสมัยอียิปต์ใครใส่สีม่วงไม่ได้นะเพราะสูงศักดิ์เป็นสีที่ราชวงค์ใส่ อะไรที่เป็นสีม่วงจะแพงมากเพราะสมัยนั้นไม่ได้สกัดขึ้นมากง่าย ๆ ต้องใช้เปลือกหอยเป็นหมื่น ๆ ตัวมาบด ๆ รวมกัน คิดว่ายุคนี้คนยังเป็นแบบนั้นอยู่ไหม ?ม๊าเดี่ยว : เป็นสิ คนสมัยนี้เป็นหมด ทุกคนพยายามประโคมตัวเอง เพื่อตัวเองหรือเปล่า ไม่ใช่เพื่อคนอื่น เคยไปสัมภาษณ์รายการ ๆ หนึ่ง เขาก็บอกว่า จริง ๆ มะเดี่ยวไม่ได้แบบว่าชอบเกี่ยวกับกระเป๋า แต่มะเดี่ยวก็มีบ้าง แต่เขาพูดประมาณว่าจริง ๆ ก็ต้องมีบ้างเพื่อเข้าสังคม ก็เลยถามกลับว่าสังคมไหน สังคมของฉันเลือกเข้าได้เอง แล้วฉันก็ไม่ได้อยากไปอยู่ในสังคมที่เธอยกยอว่านั่นคือสังคมที่ดี ถ้าฉันอยากอยู่ในสังคมที่แย่ฉันผิดเหรอ ทำไมต้องไปอยู่ในสังคมที่มันเหนื่อยขนาดนั้นด้วย แล้วมันใช่ตัวตนเราจริง ๆ ไหม แล้วทำไมสังคมไม่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นตอนนี้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าคนอื่นที่อยู่ในสังคมนั้นจะไม่ fit in เข้าไปในสังคมนี้ของเธอ สังคมหน้ากากหรือเปล่า ทุกคนใช่ตัวตนตัวเองจริง ๆ ไหม เพราะฉะนั้นควรเป็นสังคมเสรีเปิดเผย ทุกคนทำตามที่ตัวเองทำได้เลย เพราะฉะนั้นทุกคนควรอยู่ในที่ ๆ ตัวเองสบายใจและไม่ต้องเหนื่อยมาก เพราะถ้าเหนื่อยมากไม่ต้องเข้าสังคมอยู่คนเดียวเถอะ คนมาปรึกษาเราส่วนใหญ่เรื่องอะไรมากที่สุด ?ม๊าเดี่ยว : ชีวิตจริงคนไม่มาปรึกษาอะไรเลย แม้กระทั่งเพื่อนก็ยังไม่มาปรึกษา เพื่อนก็จะรู้ดีว่าจริงๆบางครั้งเราก็เอาชีวิตตัวเองไม่รอดเหมือนกันในบางจุด ในชีวิตจริงก็ไม่พูดในสไตล์ที่เรามานั่งสัมภาษณ์แบบนี้ ชีวิตจริงก็เถลไถลเล่นเกมส์เป็น Gamer เที่ยงคือถึงตี 4 ทุกวัน ในยุคที่ทุกคนสอนให้ Self-Love แต่คุณบอกว่าคนเราควร "เกลียดตัวเองบ้าง" หมายความว่ายังไง ?ม๊าเดี่ยว : คือเราไม่ชอบพูดคำที่บอกว่าให้ทุกคนรักตัวเอง มันจะเป็นคำพูดของคนที่เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า ไม่ เธอไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันจะทำแบบนี้เพราะฉันรักตัวเอง แต่คำว่ารักตัวเองมันไปทำร้ายใครหรือเปล่า ลองถ้าเป็นเราอยากส่องกระจกแล้วมองเข้าไปในกระจกแล้วถามว่าเราเกลียดอะไรในตัวคน ๆ นี้บ้าง หมายถึงว่ามันมองย้อนกลับมาถึงตัวเรา ว่าถ้าเราเป็นคนอื่น คนจะเกลียดเราเรื่องไหน เพราะฉะนั้นการรักตัวเองมากเกินไปเหมือนการหลงระเริง เหมือนการมั่นใจจนเกินไป เพราะฉะนั้นลองเห็นมาสัก 20% แบ่งมาเกลียดตัวเองดูบ้าง พอเกลียดตัวเองก็ลองแก้ไขว่าคนที่เขาไม่ชอบเรา เขาเกลียดเราเรื่องอะไร เราอาจจะเป็นคนที่ดีขึ้นก็ได้ การรักตัวเองมันทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นจริง ๆ เหรอ หรือแค่ทำให้เรารู้สึกดี มีอะไรที่เราเกลียดตัวเองในช่วงที่ผ่านมา แล้วเกลาให้เราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ?ม๊าเดี่ยว : มีเยอะเลย จริง ๆ มันเป็นเรื่องของการที่รู้สึกว่าเรามั่นใจในความคิดของตัวเองมากเกินไป ณ ตอนนั้น ว่าสิ่งที่เราทำมันถูก ยกตัวอย่างเช่น เราทะเลาะกับเพื่อนคนหนึ่งเพราะเรื่องอะไรบางอย่างแต่พอมองย้อนกลับไปเรื่องนั้นเราผิด ความ creative ได้มาจากใคร ?ม๊าเดี่ยว : พ่อจะเป็นนักประดิษฐ์เหมือนกัน อย่างเช่น เวลาแบบทำเสาบ้าน จะเป็นแบบปั้นปูน แล้วก็ทำงานอาร์ตจากเศษเหล็ก เอาเศษเหล็กมาเชื่อมเป็นหุ่นคน พ่อก็จะ creative มาก จากแม่จะเป็นคนกล้าพูดกล้าคุย แม่รู้เรื่องทุกคนเลย ชอบเม้าท์ รู้เรื่องทั้งหมู่บ้าน มีอะไรเขาก็จะมาเม้าท์มอยกับเรา คนต่างจังหวัดจะเป็นแบบนี้ คุณเป็นเหมือนฟองน้ำดูดซึมอะไรได้ง่ายมาก ?ม๊าเดี่ยว : ดูดซึมทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดีด้วย อารมณ์แบบนี้จะดูดได้เยอะมาก เราจะรู้ว่าใครรู้สึกยังไงแล้วก็จะเอาเก็บมาเป็นของเราประมาณนั้น มะเดี่ยวจะไม่ชอบไปอยู่ในสถานการณ์ที่คนด่ากัน แล้วในทางกลับกันคุณได้พลังงานบวกมากจากอะไร ?ม๊าเดี่ยว : ได้มาจากทุกที่ ได้จากการกิน คือเวลาเครียดหนูจะกินเลย ตื่นมาหนูต้องกินข้าว การกินคือความสุขของหนู การกินรสเปรี้ยวมันก็จะเสริมความเปรี้ยวมั่นใจให้เรา การกินรสเผ็ดมันก็จะทำให้เรามั่นใจ เผ็ดแซ่บซ่า การกินสำคัญ ถ้าเราเริ่มกินของหวาน วันนี้เราก็จะหวานเลย คำว่าปล่อยวางเป็นคำที่ง่ายแต่ทำยาก ถ้าให้คุณแบ่งปันวิธีการปล่อยวางแบบที่ง่ายและทำได้ทันที ?ม๊าเดี่ยว : การปล่อยวางถ้าเรารู้สึกว่ามันทำยาก การปล่อยวางมันต้องอาศัยการลืมด้วยในบางครั้ง หาอะไรทำให้กับตัวเองบ่อย ๆ ทำตัวเองให้มันยุ่ง ๆ เข้าไว้ แล้วเราจะลืมมัน วันหนึ่งเราลืมมันแล้ว ก็จะกลายเป็นคำปล่อยวาง พยายามคิดเรื่องอื่น ยังจำไม่ได้เลยว่าเมื่อวานไปทำไรมา เพราะเราอยู่กับปัจจุบันของตัวเอง แปลว่าชีวิตไม่ค่อยผูกกับอนาคตไกล ๆ เท่าไหร่ ?ม๊าเดี่ยว : ใช่ เอาเดี๋ยวนี้เลย เพราะมี mindset ว่าเราอาจจะอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้หรือเปล่า แล้วก็คิดกับตัวเองมาตลอดว่าอีก 1 ปีเราจะอยู่ถึงไหม จะไม่เคยมองไปถึง 5 หรือ 10 ปีเลย เพราะฉะนั้นก็ใช้ชีวิตสนุก ๆ ถ้าสมมุติฉันตุยไปในวันหนึ่ง ก็สนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ปล่อยให้ฉันสูญสิ้นไป แล้วก็ไม่ต้องมาเปิดมือถือฉัน ก็คือเผามือถือฉันไปเลย เพราะในมือถือฉันมีอะไรเยอะมาก ห้ามล่วงเกินข้อมูลของฉัน สามารถติดตาม "WOODY TALK" ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK, Facebook : Woody, Youtube : Woody เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่

อัปเดตรอบที่ล้าน โปรเจกต์ "Happy Death Day 3" องค์ประกอบครบแล้ว แต่รออะไรสักอย่าง
อ่าน

อัปเดตรอบที่ล้าน โปรเจกต์ "Happy Death Day 3" องค์ประกอบครบแล้ว แต่รออะไรสักอย่าง

หนึ่งในต้นตำหรับหนังเขย่าขวัญวนลูปตายซ้ำ ๆ ที่เป็นขวัญใจผู้ชม เมื่อทศวรรษก่อน ยังคงเป็นโปรเจกต์ที่แฟน ๆ ยังเฝ้ารอคอยการกลับมาของภาคใหม่ที่จะค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างอย่างไม่รีบร้อบ สำหรับ "Happy Death Day 3" ที่ล่าสุดก็มีอัปเดตออกมาอีกครั้ง พร้อมกับการเติมเต็มให้ความหวังกับแฟน ๆ อยู่ต่อไป โดยที่ยืนยันว่าองค์ประกอบต่าง ๆ ของหนังพร้อมจะสร้างแล้ว "เจสสิก้า โรธ" นักแสดงสาวที่เคยแสดงนำใน Happy Death Day ทั้ง 2 ภาคที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพูดถึงความคืบหน้าและโอกาสที่จะกลับไปสู่เฟรนไชส์หนังสุขสันต์วันตายอีกครั้ง โดยเธอยืนยันว่าโปรเจกต์ยังอยู่ในการหารือและมองหาช่องทางที่เหมาะสมในการแสดง แม้ว่าหลาย ๆ องค์ประกอบจะพร้อมที่ลุยถ่ายทำแล้วก็ตาม "ฉันว่ามันขึ้นอยู่กับพลังขับเคลื่อนของสังคมค่ะ ยิ่งเราเรียกร้อง ยิ่้งเราต้องการ ส่งออกไปสู่ห้วงจักรวาลมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็จะเกิดขึ้นได้ เพราะจริง ๆ คริสโตเฟอร์ แลนดอน ผู้กำกับที่เก่งกาจของเรา เขาได้วางแผนที่จะทำภาคที่ 3 ของ Happy Death Day เอาไว้หมดแล้วค่ะ" เจสสิก้า โรธ ให้กับสัมภาษณ์กับ ScreenRant ดาราสาวชื่อดังยังกล่าวต่อไปอีกว่า "ฉันว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องของโลจิสติกส์ล้วน ๆ แล้วค่ะ ที่อยากจะบอกทุกคนก็คือ ไม่ว่าจะรอหน้าสักแค่ไหน จะได้สร้างออกมาปีหน้า หรือรอให้ฉันอายุสัก 65 แล้วทำแบบ เจมี่ ลี เคอร์ติส ที่กลับมาเล่น Halloween อีกครั้งในปัจจุบัน ฉันก็ยังคงรับหน้าที่สานต่อเรื่องราวของทรีให้จบ ๆ ต่อไป ดังนั้นทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับเวลากับการจัดการบางอย่างของกลุ่มนายทุนให้เรียบร้อยเท่านั้นค่ะ" นอกจากนี้ เธอยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดที่จะมีการครอสโอเวอร์กันระหว่างคอนเทนต์หนังในมือ คริสโตเฟอร์ แลนดอน "ก็ถ้าหากว่าโลกได้รู้จักกับจักรวาลหนังมาร๋เวลกันแล้ว ฉันเชื่อว่าจักรวาลหนังสยองของคริส หรือ ChrisCU ก็น่าจะปังอยู่ค่ะ ถ้าจับเอา Freaky มายำเข้ากับ Happy Death Day ผสมกับ Scouts Guide to the Zombie Apocalypse เป็นความลงตัวที่อยู่ร่วมจักรวาลเดียวกัน ฉันว่าเป็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจไม่น้อยนะคะ" Happy Death Day 3 ยังไม่มีกาประกาศสร้างใด ๆ อย่างเป็นทางการจนถึงตอนนี้ แม้ว่าหนังทั้ง 2 ภาคที่ผ่านมาจะประสบความสำเร็จค่อนข้างน่าพอใจ กวาดรายได้ทั่วโลกไประดับ 200 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่น้อยนิด บลัมเฮาส์ กับ ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ยังไม่มีท่าทีที่จะเร่งรัดการสร้างหนังเรื่องภาคต่อเรื่องนี้ แต่ยังปล่อยให้พัฒนาสร้างอยู่ต่อไป ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง “เส้นตาย สายลวง The Red Line” ทะลวงศึกพิฆาตเหล่ามิจ พิชิตวิถีฮาร์ทเรตพุ่งขึ้นระรัว!
อ่าน

รีวิวหนัง “เส้นตาย สายลวง The Red Line” ทะลวงศึกพิฆาตเหล่ามิจ พิชิตวิถีฮาร์ทเรตพุ่งขึ้นระรัว!

ปัญหาจากภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นทุกข์ที่ประชาชนต้องก้มหน้าแบกรับความเสี่ยงด้วยตัวเองไปตามสภาพ ท่ามกลางการอัปเกรดพัฒนากลโกงกับมุกใหม่ ๆ ของเหล่ามิจฉาชีพ ที่การกวาดล้างของภาครัฐดูเหมือนจะยังเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น การมาของหนังไทยเรื่องใหม่จากเน็ตฟลิกซ์ เส้นตาย สายลวง The Red Line จึงกลายมาเป็นบทขยี้ความชี้ช้ำของภาคประชาชน กระตุ้นจุดที่ว่าเมื่อถึงขีดสุด..หรือเราจะต้องลุกขึ้นมาสะสางปัญหาเน่าเฟะพวกนี้ด้วยน้ำมือของพวกเราเอง? อร อดีตนักการตลาดมือดีที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้าน แต่พลาดท่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาเงินเก็บก้อนใหญ่ของครอบครัวไป โดยมีฉากหลังเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ขัดแย้งบริเวณชายแดน โดยอรต้องเผชิญความจริงอันโหดร้าย เมื่อพบว่ากระบวนการยุติธรรมไม่อาจทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไปได้ เมื่อความสิ้นหวังกลายเป็นความโกรธแค้น เธอจึงร่วมมือกับเหยื่อรายอื่น ๆ ทั้ง ฝ้าย นักกายภาพบำบัดที่สูญเสียเงินออมเพื่อความฝัน และ แวววาว อินฟูเอ็นเซอร์ขายของออนไลน์ที่อาม่าของเธอถูกหลอกเอาเงินเก็บทั้งชีวิตไป เพื่อตามล่า อู๊ด หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงทั้งหมด โดยได้รับความช่วยเหลือจาก โอเจ แฮกเกอร์มือฉมัง เกิดเป็นปฏิบัติการสุดอันตรายในการไล่ล่าแก๊งอาชญากรรมเพื่อทวงทุกสิ่งที่เสียไปกลับคืนมา ผลงานล่าสุดของผู้กำกับที่มักจะซ่อนลูกเล่นเอาไว้ในผลงานตัวเองได้ดีอยู่เสมอ อย่าง โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ ที่เพิ่งได้แจ่มมาก ๆ กับหนังเรื่องก่อนใน Hunger คนหิว เกมกระหาย ที่กลับมาครั้งนี้เขายังพกพกท่วงท่าลีลาในการรังสรรค์คอนเทนต์ระทึกขวัญมาใช้เป็นองค์ประกอบอย่างชาญฉลาด และปลุกเร้าอารมณ์คนดูได้ด้วยการบดขยี้ชะตากรรมของมนุษย์ที่ยิ่งไร้หนทางต่อสู้ก็ยิ่งดิ้นรนจนตัวตายมากที่สุด กลายออกมาเป็นหนังระทึกปนอาชญากรรมแบบไทย ๆ ที่เค้นได้ถึงอารมณ์ด้วยจังหวะที่ดี แต่ใด ๆ ก็ต้องยอมรับว่าพล็อตเรื่องและบทหนังใน เส้นตาย สายลวง อาจจะไม่ได้ลีลาที่สดใหม่หรือแปลกแตกต่างจากหนังแนวนี้เรื่องอื่น ๆ ที่เคยสร้างออกสักเท่าไหร่ เพราะยังคงค่อนข้างวนลูปอยู่กับสูตรสำเร็จที่ขายได้แบบเดิม ๆ ที่ยังทรงประสิทธิภาพในการบิ้วท์ความรู้สึกคนดูได้แน่นอนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าประเด็นของหนังที่ค่อนข้างกระแทกใจผู้ชม โดยเฉพาะคนไทยได้ดีเป็นทุนเดิม ก็พลอยทำให้รู้สึกอินและคล้อยตามได้อย่างกลมกลืน แม้ว่าในช่วงท้าย ๆ ของเรื่อง ดูเหมือนหนังจะพยายามอย่างเต็มที่ในการมองหาพื้นที่แลนดิ้งจบแบบสวย ๆ แต่กลับพกพามาด้วยบทสรุปที่ค่อนข้างรสฝาดและแปลกประหลาดในแง่การสะท้อนแนวคิดของมนุษย์ที่ผิดเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็นับว่าเป็นปัจจัยที่พอเข้าใจได้ เมื่อมนุษย์ถึงขีดจำกัดกับคำว่า..จนตรอก แต่ก็ยอมรับว่าวิธีการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ดี มีซีนลุ้นที่ทำถึง มีฉากระทึกที่เร้าใจ บางครั้งก็เผลอกระตุ้นให้อัตราการเต้นหัวใจของคนดูพุ่งสูงถึงแบบไม่รู้ตัว ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างใน เส้นตาย สายลวง ก็เป็นอีกส่วนที่น่ายกย่องไม่น้อย เพราะได้เห็นคอนเทนต์หนังไทยที่สามารถให้ผลผลิตออกมาที่ละเอียดและคมคายได้ดีเกินมาตรฐานเช่น งานถ่ายภาพและวางมุมกล้องต่าง ๆ เป็นชั้นเชิงที่เชื่อมต่อโทนของหนังไปถึงคนดูได้ดี ยิ่งได้งานเซ็ตโปรดักชันต่าง ๆ รวมทั้งการเลือกสถานที่ถ่ายทำ ถือว่าตอบโจทย์และเก็บรายละเอียดได้ดี รวมไปถึงจังหวะการตัดต่อที่มั่นใจ คลุกเคล้ากับเพลงประกอบคลอที่เข้าหูได้ตลอดทั้งเรื่อง กลายเป็นงานสร้างที่เต็มไปด้วยความกลมกล่อมกำลัง และไฮไลต์ทีเด็ดของหนังก็คงต้องอยู่ที่ทีมนักแสดง เพราะเป็นหนังที่มีแคสติ้งนักแสดงที่กระตุ้นความน่าสนใจไม่น้อย มิว นิษฐา ถือว่าตอบโจทย์ในการถ่ายทอดบทบาทคุณแม่เสาหลักได้ดี แม้ว่าตัวหนังจะยังไม่ได้ลงรายละเอียดลึก ๆ เกี่ยวกับตัวละครสักเท่าไหร่ นำเสนอแค่เพียงไม่กี่ด้านของคาแรกเตอร์ แต่มิวก็ยังร้อยเรียงออกมาได้อย่างงมั่นคง ยิ่งมาร่วมซีนกับ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา​กับ นิ้ง ชุติมา เป็นการรวมพลังตัวละครหญิงที่มีภูมิหลังที่แตกต่างกัน แต่เป็นทีมเวิร์กที่ดีพอใช้ได้อยู่ ท็อป ทศพล​ยังคงเป็นนักแสดงหนุ่มที่ทุ่มเทและใส่หนักให้กับทุกบทบาทที่เขาได้รับ และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาถ่ายทอดมันออกมาได้เหลือร้าย ถึงคาแรกเตอร์นี้ที่เขาได้รับจะไม่ใช่บทบาทที่แปลกใหม่อะไรสำหรับเขาเท่าไหร่ เพราะเขาก็เคยเล่นอะไรท่านี้มาก่อนแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย กับอีกคนที่สมควรยกตำแหน่ง MVP ประจำเรื่องมาก ๆ ก็คือ เปา เปาวลี ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวละครเสริมที่ไม่มีอะไร แต่บทบาทนี้ของเธอก็ถือว่าเป็นส่วนเสริมที่มีมิติเยอะที่สุดของหนังเรื่องนี้แล้ว โดยภาพรวมแล้วนั้น เส้นตาย สายลวง ก็จัดได้ว่าเป็นการที่มากระตุ้นต่อมความโกรธเคืองกี่ยวกับภัยร้ายคอลเซ็นเตอร์ในสังคมได้อีกระลอก ข้อความในหนังยังสอดแทรกประเด็นการจิกกัดและเสียดสีสังคม รวมทั้งกระแทกกระทั้นระบบการทางยุติธรรมแบบไทย ๆ ได้อย่างเจ็บ ๆ คัน ๆ แต่เมื่อหนังร้อยเรียงออกมาเป็นความบันเทิงในรูปแบบความระทึกใจ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนังที่ทำได้ค่อนข้างดี มีหลายองค์ประกอบที่ตรงมาตามมาตรฐานสากล กลายเป็นหนังที่แมสเซจระดับสากลได้อย่างทั่วถึง กับทีมนักแสดงที่ค่อนข้างเหมาะเจาะลงตัว ช่วยมาเติมเต็มความสมบูรณ์ของหนังได้ค่อนข้างประทับใจ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง เส้นตาย สายลวง The Red Line ประเภท: ดรามา / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: สิทธิศิริ มงคลศิริ นำแสดงโดย: นิษฐา จิรยั่งยืน, เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา, ชุติมา มะโหละกุล, ทศพล หมายสุข ความยาว: 130 นาที กำหนดฉายในไทย: 26 มีนาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: เส้นตาย สายลวง The Red Line ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.7/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.6/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.0/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.8/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.2/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ซามารา วีฟวิ่ง คัมแบ็กบทเจ้าสาวเลือดสาดในภาคต่อสุดคลั่ง "Ready or Not: Here I Come"
อ่าน

ซามารา วีฟวิ่ง คัมแบ็กบทเจ้าสาวเลือดสาดในภาคต่อสุดคลั่ง "Ready or Not: Here I Come"

หลังจากทิ้งภาพจำสุดสะพรึงไว้ตอนจบของReady or Notเมื่อปี2019นักแสดงมากฝีมือSamara Weavingก็หวนสู่ชุดเจ้าสาวโชกเลือดอีกครั้ง ในบทGraceผู้เอาชีวิตรอดจากเกมสุดเดือดในภาคแรก พร้อมพาทุกคนก้าวสู่เกมลุ้นตายครั้งใหม่ที่ยกระดับความคลั่งแบบคูณสอง ในReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ภาพยนตร์สุดระทึกตลกร้ายที่ทั้งลุ้นระทึกทั้งฮา ภาคต่อของที่สุดแห่งเกมเอาชีวิตรอดที่เคยสร้างปรากการณ์มาแล้วทั่วโลก26มีนาคมนี้ เตรียมลุ้นตายไปกับเธอ...และน้องสาวของเธอ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ สำหรับแฟนภาพยนตร์Ready or Notคงไม่มีใครปฏิเสธว่าการแสดงของSamara Weavingนักแสดงสาวมากฝีมือ คือหัวใจสำคัญของแฟรนไชส์ ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกไปกับการเอาชีวิตรอดของเธอ แต่ยังส่งให้ตัวละคร Graceกลายเป็นคาแรกเตอร์Cult Iconที่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกหลงรัก และการกลับมาของเธอในชุดเจ้าสาวเลือดสาด ในภาคต่อที่ทุกคนรอคอยReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ก็ทำให้แฟนหนังต่างคาดการณ์ว่าเธอจะยังคงเป็นแกนหลักทางอารมณ์ของเรื่องที่ยกระดับความเข้มข้นของเรื่องราวให้พีคขึ้นกว่าเดิมนักแสดงสาวเผยว่า ด้วยความผูกพันธ์กับทีมงาน และกระแสตอบรับจากภาคแรกที่แรงเกินคาด โดยเฉพาะการที่ ตัวละครGraceกลายเป็นภาพจำในวัฒนธรรมป๊อป ที่แฟน ๆ จำนวนมากเลือกที่จะแต่งตัวเป็นเจ้าสาวเลือดสาดในเทศกาลฮาโลวีน ทำให้เธอตอบตกลงกลับมาสวมชุดเจ้าสาวอีกครั้งทันที โดยไม่ต้องคิดนานมันมหัศจรรย์มากที่ผู้ชมรักหนังเรื่องนี้มากเท่ากับที่เรารักตอนสร้างมันออกมา และฉันก็มีช่วงเวลาที่ดีมากกับผู้กำกับMattและTylerรวมถึงทีมงานทั้งหมด พอพวกเขาถามว่าอยากทำภาคสองไหม คำตอบคือได้เลยทันทีเธอกล่าว และด้วยความที่เรื่องราวในภาคใหม่นี้ต่อเนื่องจากช่วงเวลาสุดท้ายของภาคแรกแบบแทบจะทันที ทำให้การกลับมาครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราไม่เคยออกจากโลกของGraceไปเลย ขณะที่ตัวละครของเธอยังคงถูกออกแบบให้เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่ฮีโร่ที่ไร้เทียมทาน แต่เป็นคนที่เอาชีวิตรอดด้วยสัญชาตญาณและความไม่ยอมแพ้ โดยผู้กำกับMatt Bettinelli-Olpinอธิบายว่าGraceมีข้อบกพร่อง เธอไม่สมบูรณ์แบบ และเธอมีความลับ แต่Samaraทำให้ผู้ชมยังคงอยู่ข้างเธอได้เสมอ แม้ในวันที่เธอทำพลาดนั่นจึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้Graceแตกต่างจากตัวละครสายแอ็กชันทั่วไป เธอไม่ได้เอาชนะด้วยความเก่งเหนือมนุษย์ แต่เอาชนะด้วยความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ นอกจากนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ยังเพิ่มความเข้มข้นด้วยการแสดงของKathryn Newtonที่เข้าร่วมแฟรนไชส์ในบทFaithน้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของGraceซึ่งทำให้ภาคนี้กลายเป็นเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละครหลักสองคน บนพื้นฐานของอดีตที่ยังไม่คลี่คลาย ความคับข้องใจ และการพึ่งพากันอย่างไม่เต็มใจ โดยผู้กำกับTyler Gillettเผยว่า การจับคู่NewtonกับWeavingทำให้เส้นอารมณ์ของเรื่องคมชัดขึ้นทันทีพอSamaraกับKathrynมาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นทันที เพราะทั้งคู่แข็งแกร่ง และมีวิธีเอาตัวรอดที่ไม่ตรงกันและความไม่ลงรอยนั้นเองกลายเป็นแรงขับของเรื่องหัวใจที่แท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการได้เห็นทั้งสองกลับมาเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง Gillettกล่าว ด้านKathryn Newtonอธิบายถึงตัวละครของเธอผ่านความสัมพันธ์กับGraceว่าFaith MacCaullayคือน้องสาวของGraceและฉันก็เป็นเหมือนภาพสะท้อนของเธอ ฉันเปิดเผยให้เห็นว่าเธอเป็นใครกันแน่ ฉันคือด้านมืด หรือเงาของเธอ ที่เธอไม่อาจสลัดทิ้งได้ ส่วนตัวเธอเองก็ประทับใจกับบทบาทนี้ไม่น้อย และยังติดตามกระแสการเปิดตัวภาพยนตร์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ล่าสุดได้แชร์IG Storyของแจน - พลอยชมพู ศุภทรัพย์นักแสดงชาวไทย ซึ่งโพสต์ภาพงานThailand Gala Premiereที่แจนมาในฐานะตัวแทนของFaithตัวละครของเธอ และซาบีน่า ไมซิงเกอร์ในฐานะตัวแทนของGraceโดยKathrynยังแท็กSamara Weavingอย่างตื่นเต้นด้วยทั้งนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2นับเป็นภาพยนตร์ดาร์คคอเมดี้ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม หลังจากเข้าฉายในอเมริกาและบางประเทศไปแล้วก่อนหน้านี้โดยยังคงได้ใจนักวิจารณ์และผู้ชมด้วยสกอลที่น่าพอใจในRotten TomatoesทำคะแนนTomatometerของฝั่งนักวิจารณ์ที่75%และคะแนนPopcornmeterฝั่งผู้ชมทั่วไปสูงถึง90% (ข้อมูล ณ วันที่24มีนาคม2569)นอกจากนี้บรรดาสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ไทยที่ได้รับชมรอบสื่อมวลชนแล้วยังการันตีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อที่สมบูรณ์แบบ ทั้งบู๊กว่า ตลกกว่า โชกเลือดกว่า อัปเลเวลความโหดเลือดสาดจากภาคแรกอย่างถึงใจ แถมฉากแอ็กชันที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ในโรงภาพยนตร์ และแน่นอนว่าSamara WeavingในบทGraceเจ้าสาวเลือดสาย ยังคงจัดเต็มใส่สุดพลังการแสดง ด้วยความ แกร่งกว่าเดิม เรียกว่ายกระดับจากภาคแรกให้สนุกและน่าสนใจขึ้นในแบบที่คนดูยังฮาและลุ้นตามได้และเพื่อยืนยันขั้นกว่าของภาคนี้ นักแสดงสาวฝากบอกว่าคุณจะได้เห็นเลือดมากขึ้น ความคลั่งมากขึ้น เป็นการรวมทุกสิ่งที่คุณรักจากภาคแรก แต่เข้มข้นกว่าเดิมเธอเผย ก่อนทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มว่าและมีบาซูก้าโผล่มาในช่วงหนึ่งด้วย เตรียมพบการกลับมาทวงคืนตำแหน่งเจ้าสาวที่แกร่งที่สุดในโลกภาพยนตร์ของGraceภายใต้การแสดงของSamara Weavingในเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยอานาจยิ่งใหญ่ และความตายReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2เข้าฉาย26มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ ไม่อยากพลาดความมันสุดระทึก ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน 2
ดู

ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน 2

รีวิว The Face Men Thailand Season 4 EP.2 : ทีมออฟ คว้าชัยแคมเปญแรก "วิกรม" ทีมแพนเค้ก- อนันดา โดนตัดออกเป็นคนแรก
อ่าน

รีวิว The Face Men Thailand Season 4 EP.2 : ทีมออฟ คว้าชัยแคมเปญแรก "วิกรม" ทีมแพนเค้ก- อนันดา โดนตัดออกเป็นคนแรก

"รีวิว The Face Men Thailand Season 4 EP.2" เรียกได้ว่าฟาดฟันกันดุเดือดแบบไม่แคร์ใครทุกสัปดาห์จริง ๆ ที่ล่าสุดได้เปิดประเดิมแคมเปญแรกที่ CLOUD11 ในแคมเปญการเดินแบบบนรันเวย์สวนลอยฟ้าในร่มซึ่งใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยผู้มาแจกโจทย์คือ "คุณหนุ่ม อภิวัฒน์ ยศประพันธ์" สไตล์ลิสต์ชั้นนำของประเทศไทย งานนี้หนุ่ม "โรม ศิวพงศ์ พันธุมจินดา" ทีมผู้ชนะมาสเตอร์คลาสจาก "ทีมเมนเทอร์ออฟ จุมพล" ก็ได้สิทธิ์เลือกทีมที่จะให้โชว์เป็นทีมแรก นั่นก็คือ "ทีมเมนเทอร์แพนเค้ก เขมนิจ และ อนันดา" ถัดมาคือ "ทีมเมนเทอร์ออฟ" และปิดท้ายด้วย "ทีมเมนเทอร์มาย ภาคภูมิ" รีวิว The Face Men Thailand Season 4 EP.2 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD และเซอร์ไพรส์ไปอีกสเต็ป เพราะแต่ละทีมมีแขกรับเชิญมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน นั่นก็คือบรรดานางแบบมืออาชีพจาก "The Face Thailand" มาร่วมโชว์สุดปังไปกับทุกทีม งานนี้บรรดาเมนเทอร์ต้องคิดแฟชั่นโชว์สุดสร้างสรรค์เพื่อให้ตอบโจทย์พื้นที่ของ CLOUD11 มากที่สุด และในครั้งนี้ยังได้กรรมการกิตติมศักดิ์อย่าง "หมู อาซาว่า" มาตัดสินแคมเปญในครั้งนี้อีกด้วย แต่ที่ทุกคนต้องช็อกไปกว่านั้น "เมนเทอร์ออฟ" ไม่ธรรมดา เล่นใหญ่กว่าใครทุกทีมคว้า "จิงจิง ปริยพิชญ์ ยู" ดีกรีไทยซูเปอร์โมเดล 2012 มาเป็นผู้ช่วยเมนเทอร์ในการแข่งขันแคมเปญ เลยทำให้เมนเทอร์ทีมอื่นออกปากว่า "ทีมออฟโกงหรือเปล่า, มันไม่แฟร์สำหรับทีมอื่น, ดึงคนอื่นมาช่วยได้ด้วยเหรอ ?" แต่ "เมนเทอร์ออฟ" ก็โนสนโนแคร์ยืนยันว่าในกติกาไม่มีข้อไหนห้ามเอาคนมาช่วย! และทุกทีมก็เริ่มทำโชว์ออกมาได้ดีสุด ๆ และถือเป็นการเปิดตัวแคมเปญแรกของรายการได้อย่างยิ่งใหญ่ แต่การแข่งขันต้องมีทีมผู้ชนะ แล ะทีมที่คว้าชัยชนะไปทีมแรกก็เป็น "ทีมเมนเทอร์ออฟ จุมพล" บรรยากาศความกดดันก็เริ่มขึ้น เมื่อทีมที่แพ้ต้องส่งลูกทีมเข้าห้องดำ "ทีมเมนเทอร์แพนเค้ก- อนันดา" ได้ส่งน้องที่อายุน้อยที่สุดของทีมอย่าง "วิกรม ปัจจุบันน์" เข้าห้องดำ ส่วน "ทีมเมนเทอร์มาย" ก็ส่งน้องที่อายุน้อยที่สุดในทีมอย่าง "กลัฟ ธนพงศ์" เข้าไปขอโอกาสในห้องดำ สุดท้าย "เมนเทอร์ออฟ" ก็ได้ตัดหนุ่ม "วิกรม" จาก "ทีมเมนเทอร์แพนเค้ก- อนันดา" ออก ทำเอาหนุ่ม "วิกรม" ต้องน้ำตาคลอเดินออกมาจากห้องดำเพราะไม่ได้ไปต่อ งานนี้ทำเอา "เมนเทอร์แพนเค้ก" เดือดเลือดขึ้นหน้า ถึงกับออกปากถาม "ออฟ" ว่าทำไมถึงตัดน้องในทีม ด้าน "ออฟ" บอกว่าไม่มีเหตุผลที่จะตอบไม่จำเป็นอธิบาย งานนี้ "เมนเทอร์แพนเค้ก" บอกเลยว่าไม่แฟร์สุด ๆ กรี๊ด! แค่แคมเปญแรกก็เดือดระอุแถมลุ้นกันจนใจเกือบขาด อย่าลืมติดตามรายการ "The Face Men Thailand Season 4" ออกอากาศทุกวันเสาร์ ทางช่อง 3HD กด33 เวลา 16.00 น. ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ : Facebook : The Face Thailandm Instagram : @thefacethailand X (Twitter) : @TheFaceThailand TikTok : @theface_thailand อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : รีวิว The Face Men Thailand Season 4 EP.1 : ศึกแห่งศักดิ์ศรีและการคัดเลือกสุดโหด เริ่มต้นขึ้นแล้ว The Face Men Thailand Season 4 เปิดสังเวียนแห่งศักดิ์ศรี!"เต้ ปิยะรัฐ" ลั่นศึกนี้ไม่ธรรมดา เริ่มตอนแรก 7 มีนาคมนี้! เปิดตัวแล้ว! "ออฟ-มาย" นั่งเก้าอี้เมนเทอร์ "The Face Men Thailand Season 4"

ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน 3
ดู

ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน 3

A Big Bold Beautiful Journey ขับตรงไปเล็กน้อยบนถนนแห่งรัก - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
อ่าน

A Big Bold Beautiful Journey ขับตรงไปเล็กน้อยบนถนนแห่งรัก - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)

มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day พบผลงานที่จับคู่ซุปตาร์มาโคจรกันได้อย่างมีแรงดึงดูดใน "A Big Bold Beautiful Journey ขับตรงไปเล็กน้อยบนถนนแห่งรัก" ที่เป็นการร้อยเรียงบทแห่งรักและการค้นพบห้วงเวลาแห่งหัวใจที่พร้อมจะแทรกซึ่มเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจผู้ชม เดวิด ขับรถเก่า ๆ ของเขาไปพร้อมกับเครื่องจีพีเอสนำทาง เพื่อมุ่งหน้าไปยังงานวิวาห์ แต่ระหว่างทางเขาได้พบกับ ซาราห์ พวกเขาทั้งคู่ได้ตัดสินใจออกเดินทางไปตามคำแนะนำของจีพีเอส ที่ได้เผชิญหน้ากับอดีตและวิวทิวทัศน์อันงดงามที่อยู่รอบข้าง อันไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และทำให้พวกเขาได้ครุ่นคิดถึงอนาคต ที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน ตัวพ่อนักสร้างหนังสายอินดี้ "โคโกนาดะ" รับหน้าที่ดูแลงานสร้างหนังเรื่องนี้ จากบทหนังที่เคยติดแบล็กลิสต์คุณภาพที่เหมาะสมกับการหยิบนำมาสร้างเป็นหนังเมื่อปี 2020 จากปลายปากกาของ "เซ็ธ ไรส์" ทำให้กลิ่นอายความเนิบในเรื่องราวแห่งรักที่เพิ่มพลังใจฟูทีละน้อย มาพร้อมกับการจับคู่ของ "มาร์โกต์ ร็อบบี้" กับ "คอลิน ฟาร์เรล" ที่สร้างพลังเคมีได้อย่างเปี่ยมล้นและดึงดูดใจมาก ๆ อาจจะน่าเสียดายที่กระแสตอบรับของหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะหนังทำเงินทั่วโลกได้แค่เพียง 20 ล้านเหรียญ ขณะที่เสียงรีวิวจากนักวิจารณ์ก็อยู่ในระดับต่ำไปหน่อย เพียงแต่ 37% บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ทำให้กลายเป็นหนังที่ผิดหวังในรอบปี 2025 ที่ผ่านมา | คุณสามารถดูหนัง A Big Bold Beautiful Journey ขับตรงไปเล็กน้อยบนถนนแห่งรัก แบบเต็มเรื่องได้ที่ทรูไอดี คลิกเลย! ประเภท: ดรามา / แฟนตาซี / โรแมนติก นำแสดงโดย: คอลิน ฟาร์เรลล์, มาร์โกต์ ร็อบบี้, เควิน ไคลน์, ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์ กำกับโดย: โคโกนาดะ ความยาว: 108 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 16 ตุลาคม 2025 (กำหนดฉายในไทย) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“ณเดชน์” จัดงานแต่งมาราธอน ปัดทุ่มงบ 10 ล้าน “ญาญ่า” ดึงสติใช้เงิน
อ่าน

“ณเดชน์” จัดงานแต่งมาราธอน ปัดทุ่มงบ 10 ล้าน “ญาญ่า” ดึงสติใช้เงิน

ณเดชน์ จัดงานแต่งมาราธอน ปัดทุ่มงบ 10 ล้าน ญาญ่า ดึงสติใช้เงิน เตรียมตัวฟิตร่างกายเพื่อลงแข็งขัน HYROX (ไฮร็อกซ์) พร้อมกับเพื่อนสนิทอย่าง หมาก ปริญ พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกทั้งยังต้องเตรียมการแต่งงานในปีนี้ ที่จะต้องแต่งถึง 3 ที่ ขอนแก่น - นอร์เวย์ - กรุงเทพฯ แต่ก็ยังรับงานอยู่ตลอด ช่วงนี้งานเยอะมาก คือไปแต่งงานมันแต่งทั้งปีแต่ว่าผมก็ต้องแบ่งเวลามาทำงานด้วย ผมกับน้องยังต้องทำงานกันอยู่ แต่ว่ากลางๆ ปีก็ค่อนข้างเบาแล้ว ตอนนี้ก็ดูแลตัวเองให้ดีเตรียมตัวไปแข่ง Hyrox เดี๋ยวจะมีละครเวทีอีก ถ่ายหนังอีก แล้วเตรียมตัวงานแต่งงาน แต่ผมว่ามันก็มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้น มันเป็นความสุขมันตื่นเต้น ในมุมมองของ positive เพราะฉะนั้นก็เป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีมากๆ ในแต่ละโปรเจ็คท์ พุ่งชนอย่างเดียว ถ้าเกิดปัญหาอะไรตอนนี้ เราต้องสู้ ส่วนเรื่อง Hyrox ก็เป็นครั้งแรกเลย ลงกับพี่หมาก ผมไม่ตายคนเดียว ผมพาเพื่อนไปตายด้วย คือมันเป็นการแข่งขันที่ถ้าเราตั้งใจที่จะเอาชนะเวลาให้ได้ มันมีทั้งความกดดันและความตื่นเต้น มีความกังวล เดี๋ยวขาจะเป็นตะคริวไหม หัวใจเต้นเท่าไหร่ มันต้องมีการแพลนที่ดีมากๆ แต่ผมก็รู้สึกตื่นเต้นนะที่จะได้เล่นกับพี่หมาก เพราะพี่เขาเป็นคนที่มีแรงเหมือนกับถังแบตเตอรี่ของเขาเยอะมาก เห็นผมออกกำลังกายบ่อยๆ แต่พี่หมากฟิตกว่าผมอีก ญาญ่าเขาก็เป็นห่วง กลัวบาดเจ็บ แบบจะหักโหมเกินไปกลัวจะบาดเจ็บเอา แต่ว่าเขาลงด้วยนะ ญาญ่าจะไปเล่นกับเพื่อนๆ ของเขา ลงอะไรแบบนี้ก็ถือว่าหุ่นจะได้ฟิตเฟิร์มไปด้วย แม่ก็ปล่อย คือถ้าเราไม่ได้เล่นแข่งขันกันแบบเอาชนะกัน มันก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ได้ จริงๆ ผมเห็นคนไปแข่ง Hyrox ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นการแข่งขันที่เราไม่ต้องแข่งกับคนอื่น เราแข่งกับตัวเองนี่แหละ ถ้ารู้สึกว่าถ้าเราทดลองดูมันก็ไม่เสียหาย มันเป็นอะไรที่เป็นประสบการณ์ที่ดีของชีวิต เราไม่ได้เดินทางไปคนเดียว เราเดินทางไปกับเพื่อนเรา ผมว่าการแข่งขันนี้รู้สึกว่ามันอิ่มใจ การแข่งขันนี้ก็มีญาญ่า คิมเบอร์ลี่ พี่โบว์ แก๊งสี่สาว พี่แอนก็จะลงแข่งเหมือนกัน มีเจมส์จิก็ลงแข่ง พี่เกรทก็ลงแข่งด้วย ลงกันเยอะมาก อาจจะเป็นเทรนด์ด้วยแหละ เป็นเทรนด์ที่มีชื่อเสียงในต่างประ เทศ มีนท้าทายเลเวลฟิตเนสผม ตอนนี้งานแต่งที่ขอนแก่นตอนนี้ก็ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เราสบาย ใจแล้ว ก็คิดว่าไหว ส่วนฮันนีมูนก็อาจจะหลังแต่งกรุงเทพฯ เสร็จค่อยทีเดียวเลย การแต่งงานก็จะมีขอนแก่น นอร์เวย์ กรุงเทพฯ แล้วก็ค่อยฮันนีมูน เราต้องมีแพลนล็อกคิวเอาไว้ ทุกอย่างก็ให้จบภายในปีนี้ ถือว่าเป็นงานแต่งมาราธอนหนึ่งปีเลย ก็ตื่นเต้นทุกที่ ทุกที่ๆ คือที่ที่สำคัญหมด ผมกับน้องพยายามที่จะทำออกมาให้ดีที่สุด ถามว่าคุ้มค่ากับที่รอไหม เท่าที่ได้เห็นก็รู้สึกว่าคุ้มค่านะ แต่ละที่แต่ละสถานที่มันก็มีความแตกต่าง คือการเอาตัวตนของเราสองคนออกมาว่าเราเป็นคนแบบไหน ก็เราเล่าผ่านงานแต่งประมาณนั้น ถามว่างานแต่งถึง 10 ล้านมั้ยงานแต่งขอนแก่นไม่ถึง รวมทั้ง หมดก็ไม่ถึง คือผมเป็นคนที่ใจใหญ่ แต่แฟนผมเขาไม่ได้ๆ ให้ใช้ปัญญาในการใช้เงิน อย่าใช้อารมณ์เป็นหลัก ก็ช่วยๆ กัน ขอฟรีบ้างอะไรบ้างเผื่อแผ่กันไป เดี๋ยวเกณฑ์เพื่อนมาเป็นทีมงานด้วย ส่วนงานแต่งรอบแรกก็หลังแข่งเลย ก็นานนะ ก็เดี๋ยวคงจะได้เห็นกันเพราะตัวเราเองก็อยากจะแชร์โมเมนต์ต่างๆ ให้กับทุกๆ คนได้รับรู้เหมือนกัน เลยคิดว่าอีกไม่นานหรอกจะได้เห็นแล้ว ส่วนในงานกรุงเทพฯ เดี๋ยวเรียนเชิญนักข่าวด้วยนะ